นัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 เดือนมีนาคม 2569
เดือนมีนาคม 2569 ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างน้อย 5 คดี เป็นคดีในศาลชั้นต้น 4 คดีและในชั้นอุทธรณ์ 1 คดี จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาคดีมาตรา 112 แล้ว 207 คดีจากทั้งหมด 321 คดี และมีจำเลยคดีมาตรา 112 ในเรือนจำอย่างน้อย 34 คน
16 มีนาคม 2569 เวลา 13:00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอติรุจฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำที่ อ.17/2566 เขาถูกดำเนินคดีจากการไม่ยอมนั่งลง และตะโกน “ไปไหนก็เป็นภาระ” ระหว่างการเสด็จกลับจากการเปิดศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ของรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566 ตามคำฟ้องระบุว่า เป็นถ้อยคํากล่าวที่มิบังควร จาบจ้วง มุ่งหมายใส่ความให้ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จและบุคคลทั่วไปเห็นว่าการเสด็จพระราชดำเนินนั้นเป็นการสร้างปัญหา สร้างภาระให้ประชาชน เสด็จไปที่ใดทำให้ประชาชนเดือดร้อน เอาแต่ประโยชน์ส่วนพระองค์ ไม่คํานึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ก่อให้เกิดความเกลียดชังและเป็นภัยคุกคามต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดในข้อหามาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ในข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานโดยการใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามาตรา 112 จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา อติรุจได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์
18 มีนาคม 2569 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดป้านิด-จิราภรณ์ บุษปะเกศฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขคดีดำที่ อ.2023/2568 จากการปราศรัยในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 คดีนี้มีอานนท์ กลิ่นแก้ว ศปปส. กับพวกเป็นผู้ร้องทุกข์ พฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาคือ การปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า ต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย วิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นมาแล้วถึง 13 ครั้ง รวมทั้งปัญหาการสนับสนุนและรับรองการรัฐประหาร
19 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น. ศาลจังหวัดอุบลราชธานีนัดโตโต้-ปิยรัฐ จงเทพฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.685/2564จากการปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่ศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 โดยคำปราศรัยของปิยรัฐถูกกล่าวหาว่ามีตอนหนึ่งพาดพิงรัชกาลที่สิบในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยปิยรัฐปราศรัยถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ต่อกองทัพไทย รวมถึงพาดพิงทำนองว่าพระมหากษัตริย์มีบทบาทในการลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหาร
20 มีนาคม 2569 เวลา 9:00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดแอมป์-ณวรรษ เลี้ยงวัฒนาฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1285/2568 จากกรณีการปราศรัยในกิจกรรม “ส่องไฟให้ทางประชาธิปไตย” ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 คดีนี้มีอานนท์ กลิ่นแก้ว ศปปส. เป็นผู้ร้องทุกข์ การปราศรัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ซึ่งมีตอนหนึ่งกล่าวว่า “…ไม่ควรมีใคร ถูกเข่นฆ่าจากกระสุนพระราชทาน…”
แอมป์ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จำนวน คดี จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2569 แอมป์ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 รวม 6 คดี และถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้ว 451 วันหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในคดีปราศรัยใน #ม็อบ13กุมภา64 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567
24 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น. ศาลอาญานัดอาย-กันต์ฤทัย คล้ายอ่อนฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.3631/2567 จากการโพสต์รูปและข้อความบนเฟซบุ๊กรวม 2 โพสต์ เมื่อปี 2565 อายถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 รวม 2 คดี คดีแรกจากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ ศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน ไม่รอลงอาญา จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2569 อายถูกคุมขังมาแล้ว 555 วัน