โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 เดือนมีนาคม 2569

iLaw

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 01.49 น. • iLaw

เดือนมีนาคม 2569 ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างน้อย 5 คดี เป็นคดีในศาลชั้นต้น 4 คดีและในชั้นอุทธรณ์ 1 คดี จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลมีคำพิพากษาคดีมาตรา 112 แล้ว 207 คดีจากทั้งหมด 321 คดี และมีจำเลยคดีมาตรา 112 ในเรือนจำอย่างน้อย 34 คน

16 มีนาคม 2569 เวลา 13:00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอติรุจฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำที่ อ.17/2566 เขาถูกดำเนินคดีจากการไม่ยอมนั่งลง และตะโกน “ไปไหนก็เป็นภาระ” ระหว่างการเสด็จกลับจากการเปิดศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ของรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566 ตามคำฟ้องระบุว่า เป็นถ้อยคํากล่าวที่มิบังควร จาบจ้วง มุ่งหมายใส่ความให้ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จและบุคคลทั่วไปเห็นว่าการเสด็จพระราชดำเนินนั้นเป็นการสร้างปัญหา สร้างภาระให้ประชาชน เสด็จไปที่ใดทำให้ประชาชนเดือดร้อน เอาแต่ประโยชน์ส่วนพระองค์ ไม่คํานึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ก่อให้เกิดความเกลียดชังและเป็นภัยคุกคามต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดในข้อหามาตรา 112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ในข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานโดยการใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามาตรา 112 จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา อติรุจได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์

18 มีนาคม 2569 ศาลจังหวัดธัญบุรีนัดป้านิด-จิราภรณ์ บุษปะเกศฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขคดีดำที่ อ.2023/2568 จากการปราศรัยในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 คดีนี้มีอานนท์ กลิ่นแก้ว ศปปส. กับพวกเป็นผู้ร้องทุกข์ พฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาคือ การปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า ต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย วิพากษ์วิจารณ์การทำรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นมาแล้วถึง 13 ครั้ง รวมทั้งปัญหาการสนับสนุนและรับรองการรัฐประหาร

19 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น. ศาลจังหวัดอุบลราชธานีนัดโตโต้-ปิยรัฐ จงเทพฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.685/2564จากการปราศรัยในการชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง ที่ศาลหลักเมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 โดยคำปราศรัยของปิยรัฐถูกกล่าวหาว่ามีตอนหนึ่งพาดพิงรัชกาลที่สิบในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยปิยรัฐปราศรัยถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ต่อกองทัพไทย รวมถึงพาดพิงทำนองว่าพระมหากษัตริย์มีบทบาทในการลงพระปรมาภิไธยรับรองการรัฐประหาร

20 มีนาคม 2569 เวลา 9:00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดแอมป์-ณวรรษ เลี้ยงวัฒนาฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1285/2568 จากกรณีการปราศรัยในกิจกรรม “ส่องไฟให้ทางประชาธิปไตย” ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 คดีนี้มีอานนท์ กลิ่นแก้ว ศปปส. เป็นผู้ร้องทุกข์ การปราศรัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ซึ่งมีตอนหนึ่งกล่าวว่า “…ไม่ควรมีใคร ถูกเข่นฆ่าจากกระสุนพระราชทาน…”

แอมป์ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จำนวน คดี จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2569 แอมป์ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 รวม 6 คดี และถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้ว 451 วันหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในคดีปราศรัยใน #ม็อบ13กุมภา64 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567

24 มีนาคม 2569 เวลา 09:00 น. ศาลอาญานัดอาย-กันต์ฤทัย คล้ายอ่อนฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.3631/2567 จากการโพสต์รูปและข้อความบนเฟซบุ๊กรวม 2 โพสต์ เมื่อปี 2565 อายถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 รวม 2 คดี คดีแรกจากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ ศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน ไม่รอลงอาญา จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2569 อายถูกคุมขังมาแล้ว 555 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...