โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้น สงครามโลกครั้งที่ 3

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ

รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

สัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีเรื่องไหนที่ร้อนแรงไปกว่าเหตุการณ์ที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาจับมือกันถล่มอิหร่านอย่างโจ๋งครึ่ม จรวดนับร้อยนับพันบินกันว่อนอย่างกับภาพยนต์ เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้โดยเด็ดขาด และจำเป็นต้องตรวจสอบสัญญาณกันอย่างเร่งด่วน เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของ “สงครามโลกครั้งที่ 3”

หากฟังจากปากของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาประกาศถึงเหตุผลของการบุกถล่มอิหร่านในครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้ต่างอะไรกับการฟังประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่ย้อนกลับไปถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็น

สหรัฐกับอิหร่านเคยเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันเมื่อสมัยที่อิหร่านยังเป็นราชอาณาจักร มีกษัตริย์ที่ชื่อชาร์ อิหร่านในยุคนั้นถือว่าทันสมัยมาก ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างเสรี ไม่ได้เคร่งศาสนา วัฒนธรรมป๊อบของสหรัฐไหลเข้าไปแบบเต็มๆ สหรัฐให้การสนับสนุนในแทบทุกด้าน ปกป้องราชวงศ์ ช่วยพัฒนาในหลายมิติ แลกกับการที่อิหร่านดูแลผลประโยชน์ และหยิบยื่นผลประโยชน์ให้แก่สหรัฐ

เพราะอิหร่าน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีภูมิศาสตร์ดีที่สุดในโลก ติดทะเลหลายด้าน และอยู่กึ่งกลางระหว่างเอเชียและยุโรป เรียกได้ว่าในอดีตใครจะไปไหนก็ต้องผ่านอิหร่าน นี่จึงเป็นเหตุผลของความเจริญในอดีตของอาณาจักร “เปอร์เซีย” ที่อยู่บริเวณนี้มาก่อนที่จะกลายร่างเป็นอิหร่าน มิหนำซ้ำ ยังมีช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz Strait) ที่เป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญลำดับต้นๆของดาวดวงนี้ สินค้า น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งปวงล้วนผ่านช่องทางนี้ก่อนออกไปสู่ประเทศต่างๆ

ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ อิหร่านจึงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมาก ใครคุมพื้นที่นี้ได้ ก็เท่ากับคุม logistics ของโลก ทั้งมิติของพลังงาน การขนส่ง การเดินทาง และ supply chain

ต่อมาเมื่ออิหร่านเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์ไปสู่ระบอบศาสนาอย่างเคร่งครัด ผู้นำที่ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งและอยู่ในตำแหน่งอย่างยาวนาน มีความไม่ไว้ใจสหรัฐและชาติตะวันตกอย่างรุนแรง สหรัฐจึงต้องถอยออกมา และแน่นอน เสียผลประโยชน์ที่เคยได้ นำมาซึ่งความขัดแย้งยาวนานระหว่างสหรัฐ (รวมถึงอิสราเอล) กับอิหร่าน

จากเหตุผลของโดนัลด์ ทรัมป์ ฟังแล้วเหมือนว่า สหรัฐหมดความอดทนกับอิหร่าน ในฐานะประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายและพยายามจะสะสมอาวุธนิวเคลียร์ จนนำมาซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้ ที่คร่าชีวิตผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้สำเร็จ

แต่เหตุผลลึกๆ จะมีอะไรในกอไผ่มากกว่านั้นหรือไม่ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับจีน?

จากการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิหร่านพบว่า จีนมีการลงทุนในอิหร่านไม่น้อย โดยเฉพาะในการเป็นผู้ซื้อพลังงงานรายสำคัญของอิหร่าน ส่งผลให้จีนกับอิหร่านมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ค่อนข้างดี และมีอิทธิพลในอิหร่านมากพอดูเลยทีเดียว

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หากลองวิเคราะห์กันดูดีๆ การโจมตีอิหร่านของสหรัฐมีความคล้ายกับการโจมตีเวเนซุเอล่าและการพยายามจะซื้อกรีนแลนด์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมิติที่พื้นที่ทั้งหมดนี้คือพื้นที่ที่จีนมีอิทธิพลอยู่เหมือนๆกัน อีกทั้งยังเป็นที่ที่จีนพึ่งพาในด้านอุปทาน (Supply) และมีเส้นทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญ

หากเรื่องนี้มีส่วนจริง ก็อาจจะต้องมองเหตุการณ์นี้ใหม่ ว่านี่อาจไม่ใช่แค่การโจมตีอิหร่านด้วยเหตุผลว่าอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายและสะสมนิวเคลียร์ แต่อาจเป็นการมุ่งเป้าไปที่การตัดอิทธิพลและห่วงโซ่อุปทานของจีน หรือไม่?

ถ้าใช่ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ น่าจะเป็นเพียงแค่ปฐมบทของซีรียส์เรื่องยาว ที่อาจขยายตัวไปสู่ “สงครามโลกครั้งใหม่”

เมื่อมองสิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติม คือการที่อิหร่านโจมตีประเทศรอบข้างโดยเฉพาะที่มีฐานทัพสหรัฐและโลกตะวันตกอยู่ เสมือนการลากทุกคนรอบตัวเข้าสู่สงคราม จนหลายประเทศลุกขึ้นมาประกาศสงครามและพร้อมตอบโต้หากได้รับผลกระทบ รวมถึงการที่จีนลุกขึ้นมาประณามการกระทำของสหรัฐอย่างชัดเจน กลายเป็นผู้เล่นบทผู้นำของการรักษาไว้ซึ่งระเบียบกติกาสากลของโลกเดิม ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบอกว่างานนี้ “ขยายวงแน่” และการเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด

ประเทศอย่างเรางานนี้ต้องหูตาไว ต้องเล่นเกมให้เป็น หาหลังพิงให้ได้ โดยเฉพาะถ้าพิงอาเซียนได้ก็น่าจะปลอดภัยมากขึ้น แต่อย่างว่า…อาเซียนจะพิงได้หรือไม่ใครๆก็รู้กันดี ถ้าพิงแล้วจะพากันล้มก็คงต้องพอก่อน แบบที่วัยรุ่นเค้าบอกว่า “อาจจะยังน้า”

หวังว่าวันนี้โลกทั้งใบจะยังพอมีโอกาสที่จะป้องกัน สกัดกั้น ไม่ให้เกิดสงครามโลกครั้งใหม่ แต่เท่าที่ดูภาพข่าวที่จรวดบินกันว่อน ก็คงต้องคิดต่อว่า…จะไหวไหม

สุดท้าย ฟางเส้นสุดท้าย ก็ยังเชื่อว่าเป็นเกาะที่ชื่อ “ไต้หวัน” แตะเมื่อไร มังกรจะตื่นและวันนั้นคงจะได้เห็น “สงครามโลกครั้งที่ 3” เป็นแน่

เอวัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...