โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดสูตรฟาร์มต้นแบบ “วันกุ้งไทย” ชู 5 กลยุทธ์ดันอัตรารอด ลดต้นทุน พลิกกำไรยั่งยืน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศไทยยังคงรักษาศักยภาพการผลิตกุ้งได้ต่อเนื่องปีละประมาณ 250,000 ตันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะโรคระบาดสำคัญ อาทิ หัวเหลือง ตัวแดงดวงขาว EMS, EHP และขี้ขาว ที่กดดันอัตรารอดและทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนระบบป้องกันโรคที่เข้มข้นขึ้น

ในงานวันกุ้งไทย ครั้งที่ 35 ภายใต้แนวคิด “คุณภาพกุ้งไทย เลี้ยงด้วยใจ มาตรฐานระดับโลก” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย และผู้ก่อตั้งยอดพินิจฟาร์ม ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในหัวข้อ “ฟาร์มเลี้ยงต้นแบบสู่ความสำเร็จ เริ่มต้นนำ ทำกำไร” โดยย้ำชัดว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จไม่ใช่การลุ้นราคาตลาด แต่คือการบริหาร “สิ่งที่ควบคุมได้” โดยเฉพาะอัตราการรอด

โมเดลยอดพินิจฟาร์มให้ความสำคัญกับการคัดสายพันธุ์คุณภาพ (CPF) การจัดการอาหาร การหมุนเวียนน้ำและออกซิเจน ระบบไบโอซีเคียวริตี้ การตรวจโรคเชิงรุก และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ขณะที่ปัจจัยควบคุมไม่ได้ เช่น ราคากุ้งตลาดโลกและสภาพอากาศ ต้องใช้การวางแผนรับมือมากกว่าการคาดหวัง

เอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย และผู้ก่อตั้งยอดพินิจฟาร์ม

ฟาร์มต้นแบบใช้ 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ “ความเร็วคือความปลอดภัย ความสะอาดเอาชนะทุกโรค เลี้ยงตามฤดูกาลที่เหมาะสม การจัดการน้ำและออกซิเจนอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับตัวเองเป็นผู้ประกอบการ” โดยเฉพาะการใช้ลูกกุ้ง SuperPL เพื่อให้รอบการเลี้ยงสั้นลง ลดระยะเวลาเท่ากับลดความเสี่ยง ต้นปีปล่อย 120,000 ตัวต่อไร่ ปลายปี 100,000 ตัวต่อไร่ ได้ไซส์ 26-24 ตัวต่อกิโลกรัม พร้อมประหยัดค่าไฟได้ 1-2 เดือน

ประเด็นสำคัญคือ บ่อเก่าไม่ใช่ปัญหา หากบริหารความสะอาดและทำตามไบโอซีเคียวเช็คลิสต์ครบถ้วน การดูแลบ่อให้ปลอดเชื้อ ควบคุมคุณภาพน้ำ และจัดการตะกอนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถลดความเสี่ยงโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านฤดูกาลผลิต ฟาร์มเลือกเลี้ยงช่วงกุมภาพันธ์-พฤศจิกายน ซึ่งสภาพอากาศเอื้อต่อการเลี้ยงและมีความเสี่ยงต่ำ ส่วนเดือนมกราคมและธันวาคมหยุดเลี้ยงเพื่อลดความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังเร่งส่งกุ้งเข้าสู่โรงงานให้เร็วที่สุดเพื่อลดการสูญเสียคุณภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานฟาร์มสู่การรับรองของ Aquaculture Stewardship Council (ASC) ซึ่งเป็นมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะตลาดยุโรป

การทำมาตรฐานยังผลักดันให้ฟาร์มปลอดสารตกค้างและมุ่งสู่โลว์คาร์บอน ขณะเดียวกันยังต่อยอดสู่ตลาดในประเทศ เช่น การทำกุ้งสดถึงมือผู้บริโภค และปลูกผักบุ้งปลอดสารในฟาร์มได้ถึง 7 ตันในช่วงเทศกาลกินเจ สะท้อนแนวคิดบริหารพื้นที่อย่างคุ้มค่า

ขณะที่นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจร เขตประเทศไทย บริษัท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF บรรยายพิเศษหัวข้อ “ทีเด็ด ก้าวข้ามวิกฤต พิชิตการเลี้ยง สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน” โดยเสนอแนวคิด “3 สูง - 1 ต่ำ - 0” (3-1-0) เป็นกลยุทธ์รับมือความท้าทาย

ไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจสัตว์น้ำครบวงจร เขตประเทศไทย บริษัท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

โดย ‘3 สูง’ ได้แก่ อัตรารอดสูง ผลผลิตสูง โตเร็ว ‘1 ต่ำ’ คือ ต้นทุนค่าอาหารและค่าลูกกุ้งต่ำ และ ‘0’ คือ ความเสียหายต้องเป็นศูนย์

นายไพโรจน์ชี้ว่า ความเสียหายเพียง 10% อาจสร้างต้นทุนแฝง 5 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากเสียหาย 50% ต้นทุนแฝงอาจพุ่งถึง 40 บาทต่อกิโลกรัม เช่นเดียวกับอัตรารอดที่ลดลง 20% จะทำให้ต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้น 10-12 บาทต่อกิโลกรัม และต้นทุนลูกกุ้งเพิ่มขึ้น 20% ในทางกลับกัน หากเลี้ยงกุ้งโตเร็วขึ้น 10 วัน จะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม

สาระสำคัญคือ การทำกำไรไม่ได้มาจากการปล่อยกุ้งหนาแน่น แต่ต้องปล่อยในระดับที่ระบบรองรับได้ เพื่อให้เกิดสภาพการเลี้ยงที่ดี กุ้งแข็งแรง ปลอดสารตกค้าง บ่อสะอาด ควบคุมคุณภาพน้ำและอาหารอย่างเหมาะสม เมื่อผลผลิตมีคุณภาพสูง อัตรารอดดี ต้นทุนต่ำ ความสามารถในการแข่งขันของกุ้งไทยในตลาดโลกก็จะเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...