โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ยืนยันสหรัฐเปิดฉาก “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่าน อ้างสกัดภัยคุกคามนิวเคลียร์–ขีปนาวุธ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 09.09 น.

สหรัฐโจมตีทางอากาศและทะเลเป้าหมายในเตหะราน ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิสราเอลที่เปิดฉากถล่มเมืองหลวงอิหร่านเช่นกัน ด้านตลาดพลังงานผันผวน หวั่นกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.16 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า กองทัพสหรัฐได้เริ่มต้น “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” (major combat operations) ในอิหร่าน โดยระบุว่า เป้าหมายคือปกป้องประชาชนอเมริกันจากภัยคุกคามเร่งด่วนของรัฐบาลเตหะราน

ทรัมป์กล่าวผ่านวิดีโอในบัญชี Truth Social ของตนว่า สหรัฐต้องการ “กำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา” จากรัฐบาลอิหร่าน พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านยังคงเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้จะมีการเจรจาเพื่อยุติโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งยืนยันกับสำนักข่าว Reuters ว่า กองกำลังอเมริกันได้โจมตีอิหร่านทั้งทางอากาศและทางทะเล ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านที่ไม่เปิดเผยชื่อให้ข้อมูลว่า มีการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในพื้นที่ตอนใต้ของกรุง Tehran

ทรัมป์ยังอ้างถึง ปฏิบัติการ “Midnight Hammer” เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งสหรัฐโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในเมืองฟอร์โดว์ เนทันซ์ และอิสฟาฮาน โดยระบุว่า ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเตือนเตหะรานไม่ให้ฟื้นฟูโครงการดังกล่าวอีก

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวหาอิหร่านว่าพยายามฟื้นโครงการนิวเคลียร์ และยังคงพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถคุกคามพันธมิตรของสหรัฐในยุโรป กองกำลังอเมริกันในต่างประเทศ และอาจคุกคามแผ่นดินสหรัฐในอนาคต

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ยืนยันว่าได้รับคำร้องขอความเห็นจากสื่อแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

อิสราเอลเปิดฉากโจมตี–อิหร่านยิงตอบโต้

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีกรุงเตหะรานในเวลากลางวัน โดยมีรายงานกลุ่มควันลอยขึ้นจากย่านใจกลางเมือง ตามรายงานของ Associated Press

รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล Israel Katz ระบุว่า การโจมตีมีเป้าหมายเพื่อ “ขจัดภัยคุกคาม” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

กองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งหน้าเข้าสู่อิสราเอล พร้อมเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้น และส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกัน มีรายงานเสียงระเบิดในกรุงเตหะราน และไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วอิสราเอล

การเจรจานิวเคลียร์สะดุด–ความอดทนสหรัฐลดลง

ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านรอบที่สามในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์

ก่อนการเจรจา Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า การที่อิหร่านไม่ยอมเจรจาเรื่องโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลควบคู่กับโครงการนิวเคลียร์ เป็น “ปัญหาใหญ่” ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า โครงการขีปนาวุธไม่อยู่ในวาระการเจรจา

ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่าอิหร่านยังไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐอย่างเพียงพอ ขณะที่มีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งจดหมายถึงเลขาธิการสหประชาชาติ Antonio Guterres เตือนว่าจะ “ตอบโต้เด็ดขาด” หากถูกโจมตีทางทหาร

ตลาดพลังงานผันผวน–จับตาช่องแคบฮอร์มุซ

ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน

อิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ OPEC เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และตั้งอยู่บริเวณช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก หากสถานการณ์ลุกลาม อาจกระทบเสถียรภาพตลาดพลังงานโลกโดยตรง

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐเคยโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 3 แห่ง ทำให้โครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานเสียหายหนักตามการประเมินของหน่วยข่าวกรอง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโจมตีฐานทัพอเมริกันในกาตาร์ ซึ่งมีรายงานความเสียหายเล็กน้อยและไม่มีผู้เสียชีวิต

สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน และอิสราเอล–อิหร่าน กำลังยกระดับสู่จุดเปราะบางใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบทั้งภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...