ทรัมป์ยืนยันสหรัฐเปิดฉาก “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่าน อ้างสกัดภัยคุกคามนิวเคลียร์–ขีปนาวุธ
สหรัฐโจมตีทางอากาศและทะเลเป้าหมายในเตหะราน ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิสราเอลที่เปิดฉากถล่มเมืองหลวงอิหร่านเช่นกัน ด้านตลาดพลังงานผันผวน หวั่นกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.16 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า กองทัพสหรัฐได้เริ่มต้น “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” (major combat operations) ในอิหร่าน โดยระบุว่า เป้าหมายคือปกป้องประชาชนอเมริกันจากภัยคุกคามเร่งด่วนของรัฐบาลเตหะราน
ทรัมป์กล่าวผ่านวิดีโอในบัญชี Truth Social ของตนว่า สหรัฐต้องการ “กำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา” จากรัฐบาลอิหร่าน พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านยังคงเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้จะมีการเจรจาเพื่อยุติโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งยืนยันกับสำนักข่าว Reuters ว่า กองกำลังอเมริกันได้โจมตีอิหร่านทั้งทางอากาศและทางทะเล ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านที่ไม่เปิดเผยชื่อให้ข้อมูลว่า มีการโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในพื้นที่ตอนใต้ของกรุง Tehran
ทรัมป์ยังอ้างถึง ปฏิบัติการ “Midnight Hammer” เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งสหรัฐโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในเมืองฟอร์โดว์ เนทันซ์ และอิสฟาฮาน โดยระบุว่า ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเตือนเตหะรานไม่ให้ฟื้นฟูโครงการดังกล่าวอีก
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวหาอิหร่านว่าพยายามฟื้นโครงการนิวเคลียร์ และยังคงพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถคุกคามพันธมิตรของสหรัฐในยุโรป กองกำลังอเมริกันในต่างประเทศ และอาจคุกคามแผ่นดินสหรัฐในอนาคต
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ยืนยันว่าได้รับคำร้องขอความเห็นจากสื่อแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
อิสราเอลเปิดฉากโจมตี–อิหร่านยิงตอบโต้
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีกรุงเตหะรานในเวลากลางวัน โดยมีรายงานกลุ่มควันลอยขึ้นจากย่านใจกลางเมือง ตามรายงานของ Associated Press
รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล Israel Katz ระบุว่า การโจมตีมีเป้าหมายเพื่อ “ขจัดภัยคุกคาม” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
กองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งหน้าเข้าสู่อิสราเอล พร้อมเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้น และส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกัน มีรายงานเสียงระเบิดในกรุงเตหะราน และไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วอิสราเอล
การเจรจานิวเคลียร์สะดุด–ความอดทนสหรัฐลดลง
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านรอบที่สามในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์
ก่อนการเจรจา Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า การที่อิหร่านไม่ยอมเจรจาเรื่องโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลควบคู่กับโครงการนิวเคลียร์ เป็น “ปัญหาใหญ่” ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า โครงการขีปนาวุธไม่อยู่ในวาระการเจรจา
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่าอิหร่านยังไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐอย่างเพียงพอ ขณะที่มีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งจดหมายถึงเลขาธิการสหประชาชาติ Antonio Guterres เตือนว่าจะ “ตอบโต้เด็ดขาด” หากถูกโจมตีทางทหาร
ตลาดพลังงานผันผวน–จับตาช่องแคบฮอร์มุซ
ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน
อิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ OPEC เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และตั้งอยู่บริเวณช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก หากสถานการณ์ลุกลาม อาจกระทบเสถียรภาพตลาดพลังงานโลกโดยตรง
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐเคยโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 3 แห่ง ทำให้โครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานเสียหายหนักตามการประเมินของหน่วยข่าวกรอง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโจมตีฐานทัพอเมริกันในกาตาร์ ซึ่งมีรายงานความเสียหายเล็กน้อยและไม่มีผู้เสียชีวิต
สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน และอิสราเอล–อิหร่าน กำลังยกระดับสู่จุดเปราะบางใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบทั้งภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
อ้างอิง : www.cnbc.com