โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รอยเตอร์ส เปิดโปง “ฐานสแกมเมอร์ร้าง” ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 09.00 น.

รอยเตอร์ส พบเอกสาร-หลักฐานภายในคอมเพล็กซ์ร้างใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยขบวนการหลอกลวงทำงานเป็นระบบระดับอุตสาหกรรม ใช้ข้อมูลเหยื่อจากหลายประเทศ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.01 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้สื่อข่าวของ Reuters พบเอกสารและหลักฐานจำนวนมากภายในคอมเพล็กซ์ร้างแห่งหนึ่งในกัมพูชา ซึ่งถูกออกแบบให้มีห้องจำลองเป็นสำนักงานตำรวจของสิงคโปร์และออสเตรเลีย รวมถึงห้องที่จัดฉากเป็นธนาคารเวียดนาม เผยให้เห็นภาพชัดเจนของโรงงานหลอกลวง ขนาดอุตสาหกรรมที่สร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลกนับพันล้านดอลลาร์

ในเอกสารที่พบ มีทั้งข้อมูลส่วนตัวของชายชาวญี่ปุ่นวัย 73 ปี พร้อมหมายเลขโทรศัพท์และยอดเงินในบัญชี รวมถึง ข้อมูลของหญิงชาวอเมริกัน ที่เปิดเผยว่า เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีสคริปต์สำหรับหลอกลวงรูปแบบ love scam และการปลอมตัวเป็นตำรวจ

สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ที่เรียกว่า Royal Hill รอยเตอร์สยืนยันความถูกต้องของเอกสารบางส่วน โดยติดต่อไปยังชายชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า เคยได้รับโทรศัพท์จากผู้แอบอ้างเป็นพนักงานการไฟฟ้า ขู่ตัดไฟหากไม่ให้ข้อมูลบัญชีธนาคาร แม้เขาจะไม่โอนเงิน แต่ยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบางอย่าง ซึ่งตรงกับข้อมูลในเอกสารที่พบ

รัฐบาลกัมพูชาระบุว่าคอมเพล็กซ์ดังกล่าวเป็นโรงแรมที่ถูกฝ่ายไทยยึดครองโดยใช้กำลัง ขณะที่โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาย้ำว่า รัฐบาลมีเจตจำนงจะปราบปรามศูนย์สแกม และตั้งเป้ากำจัดอาชญากรรมไซเบอร์ให้ได้ภายในเดือนเมษายน

ทั้งนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมฉ้อโกงออนไลน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยคอมเพล็กซ์สแกมจำนวนมากถูกควบคุมโดยแก๊งอาชญากรรมจีน และใช้แรงงานที่บางส่วนเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ในประเทศอย่างกัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ และพื้นที่ไร้กฎหมายตามแนวชายแดนเมียนมา-ไทย

สหรัฐประเมินว่าชาวอเมริกันสูญเสียเงินจากศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2567 ทำให้หลายประเทศถูกกดดันจากต่างชาติให้เร่งปราบปราม

การโจมตีทางอากาศของไทยในเดือนธันวาคม และปฏิบัติการกวาดล้างของกัมพูชา ส่งผลให้มีคนมากกว่า 100,000 คนอพยพออกจากคอมเพล็กซ์สแกมทั่วประเทศ หลายคนไปขอความช่วยเหลือที่สถานทูตในกรุง Phnom Penh ซึ่ง Amnesty International ระบุว่าเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรม

รายงานของ United States Department of State ยังชี้ว่าเมืองโอสมาช์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของคอมเพล็กซ์ดังกล่าว เป็นศูนย์กลางการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

เอกสารภายในเผยให้เห็นว่าผู้ดูแลคอมเพล็กซ์เรียกเก็บค่าเช่าจากกลุ่มสแกมเดือนละหลายพันดอลลาร์ มีการสั่งซ้อมรับมือเหตุจลาจล สั่งห้ามบุคคลภายนอกเข้าใกล้ และจำกัดการใช้บริการส่งอาหารเพื่อป้องกันคนแปลกหน้า

ผู้เชี่ยวชาญจาก United Nations Office on Drugs and Crime เตือนว่า แม้ศูนย์สแกมขนาดใหญ่บางแห่งจะถูกทลาย แต่แก๊งอาชญากรมักย้ายไปตั้งฐานใหม่และแตกออกเป็นเครือข่ายย่อยในหลายประเทศทั่วโลก

“เรากำลังเห็นศูนย์สแกมผุดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ด้วยรูปแบบเดียวกับที่เคยเห็นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนความจริงอันโหดร้ายของอุตสาหกรรมหลอกลวงข้ามชาติ ที่ยังคงปรับตัวและขยายตัว แม้ถูกปราบปรามอย่างต่อเนื่องก็ตาม

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...