โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา "สงครามการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป" ปะทุระลอกใหม่ ดันไทยรับอานิสงส์ ย้ายฐานการผลิต พร้อมชูหุ้นเด่นกำไร Q4 พุ่ง

The Better

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 02.41 น. • THE BETTER
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) จับตา “สงครามการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป” ปะทุระลอกใหม่ ดันไทยรับอานิสงส์ย้ายฐานการผลิต พร้อมเกาะติดเวที Davos2026 และหุ้นเด่นกำไร Q4 พุ่ง!

นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ทั่วโลกกำลังจับตาความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป ซึ่งอาจกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกให้ผันผวน แต่ในขณะเดียวกัน สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญของ "ประเทศไทย" ในฐานะเป็นกลางทางการค้า ที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการส่งออกทดแทน พร้อมแนะจับตาการประชุม Davos 2026 และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีน

ความขัดแย้ง "สหรัฐฯ-ยุโรป" เขย่าตลาดหุ้นโลก สถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป เริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้น ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเริ่มเก็บภาษี 10% กับสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป (อาทิ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ) ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2569 และขู่จะเพิ่มเป็น 25% ในเดือน มิ.ย. หากข้อเสนอซื้อเกาะกรีนแลนด์ไม่คืบหน้า, ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) เตรียมพิจารณามาตรการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 9.3 หมื่นล้านยูโร และอาจใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (Anti-Coercion Instrument) ซึ่งสถานการณ์นี้อาจสร้างรอยร้าวในพันธมิตร NATO ได้

ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาคือ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่อาจลดลงได้ยาก เนื่องจากสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากEU สูงสุดถึง 20.2% การขึ้นภาษีจะทำให้ราคาสินค้ากลุ่มยานยนต์ ยา และน้ำมันสูงขึ้น กดดันให้การดำเนินนโยบายลดดอกเบี้ยทำได้ยากขึ้น สะท้อนจากBond Yield 10 ปี สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน,, นอกจากนี้ งบประมาณทางทหารทั่วโลกในปี 2024 ยังพุ่งสูงถึง 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

เกาะติดเวที Davos 2026 จุดเปลี่ยนระเบียบโลกใหม่ ในสัปดาห์นี้ (19-23 ม.ค. 2026) จะมีการประชุม World Economic Forum (WEF) หรือ "Davos 2026" ครั้งที่ 56 ภายใต้ธีม "A Spirit of Dialogue" โดยเน้นหารือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการใช้เทคโนโลยี Generative AI อย่างรับผิดชอบ

  • กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์: กลุ่มDefense & Aerospace, Cybersecurity และ Semiconductor
  • กลุ่มที่อาจถูกกดดัน: กลุ่มส่งออกและLogistics

จีนอัดฉีดเศรษฐกิจ หนุน Smart Glassesด้านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนปี 2026 มีประเด็นน่าสนใจเพิ่มเติมคือการสนับสนุน "Smart Glasses" โดยรัฐบาลจีนจะอุดหนุนเงินสำหรับการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว 15% (สูงสุด 500 หยวนต่อชิ้น) ซึ่งเทคโนโลยีนี้ผสาน AI ช่วยในการแปลภาษาและถ่ายภาพได้ทันที

ไทย: "ตาอยู่" คว้าพุงปลา จากวิกฤตการค้า หากสหรัฐฯ และยุโรปขัดแย้งกันรุนแรง ไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากปรากฏการณ์ "การเบี่ยงเบนทางการค้า" (Trade Diversion) ใน 2 ส่วนหลัก:

  • การส่งออก: ไทยสามารถส่งออกสินค้าเข้าไปทดแทนสินค้าที่สหรัฐฯ และ EU เลิกซื้อขายกันเองได้ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป
  • การลงทุน: ไทยมีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ในฐานะฐานการผลิตที่เป็นกลางและต้นทุนต่ำกว่า

ข้อมูลการค้าระบุว่า ตลาดสหรัฐฯ และEU รวมกันมีสัดส่วนถึง 20.5% ของการค้าไทย (มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งมากกว่าจีนที่เป็นคู่ค้าอันดับ 1 เสียอีก

กลยุทธ์การลงทุน: หุ้นเด่นรับกระแสโลกและงบ Q4 จากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน เม็ดเงินมีโอกาสโยกเข้ามายังตลาดเอเชียรวมถึงไทยที่มีความไม่แน่นอนน้อยกว่า,สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ดังนี้:

  • กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: WHA, AMATA (รับกระแสย้ายฐานการผลิต),
  • กลุ่มชิ้นส่วนฯ และยานยนต์: DELTA, SAT, AH,
  • กลุ่มอาหารแปรรูป: CPF, TU, ITC, TFG,
  • หุ้นปันผลสูง: BBL, KBANK, AP, SIRI, ICHI
  • หุ้นงบ Q4/68 เด่น: PTT, BCP, IVL, BDMS, BCH, MTC, CENTEL, PLANB, STECON โดยคาดการณ์ว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนงวด Q4/68 จะเติบโตจากฐานต่ำถึง 99% YoY ช่วยหนุน Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...