ราคาบิตคอยน์ ดีดเหนือ 73,000 ดอลลาร์ แต่ตลาดยังลังเล เสี่ยงเป็น Bull Trap
ราคาบิตคอยน์ ทะลุ 73,000 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์จำนวนมากยังคงเห็นต่างกันว่าการปรับขึ้นครั้งนี้เป็นการ “เบรกเอาต์จริง” หรือเป็นเพียงกับดักราคาสำหรับผู้ซื้อที่เข้าตลาดช้า
5 มี.ค. 2569 - ราคาบิตคอยน์พุ่งทะลุระดับ 73,000 ดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ และสามารถกลับขึ้นมายึดระดับจิตวิทยาสำคัญที่เคยกดราคาตลาดไว้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การเบรกเอาต์ครั้งนี้กลับได้รับปฏิกิริยาที่ค่อนข้างผิดปกติจากตลาดคริปโทฯ นั่นคือ ความสงสัยอย่างแพร่หลาย
[caption id="attachment_229437" align="aligncenter" width="636"]
ราคาบิตคอยน์ในช่วงสายของวันที่ 5 มี.ค. 2569[/caption]
เว็บไซต์ CoinDesk รายงานว่า มีเทรดเดอร์จำนวนมากออกมาเตือนว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจกลายเป็น “bull trap” แบบคลาสสิก ซึ่งหมายถึงการทะลุแนวต้านเพียงชั่วคราวที่ดึงดูดผู้ซื้อรายใหม่ให้เข้ามา ก่อนที่ราคาจะกลับตัวลงอีกครั้ง
นักวิเคราะห์ชี้ว่าปริมาณแรงขายที่รออยู่เหนือระดับราคา รวมถึงตำแหน่งการถือครองในตลาดอนุพันธ์ อาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดยบางคนมองว่าหากราคาปรับขึ้นเข้าสู่ช่วง 72,000–76,000 ดอลลาร์ อาจดึงดูดแรงขายมากกว่าจะเป็นสัญญาณยืนยันการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
โดยความกังวลนี้ส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ในอดีต เช่น ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บิตคอยน์ดูเหมือนจะสามารถทะลุกรอบสะสมราคาได้สำเร็จ แต่ในเวลาต่อมาราคากลับพลิกทิศอย่างรุนแรง การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เทรดเดอร์สายโมเมนตัมจำนวนมากติดกับดัก และก่อให้เกิดการล้างพอร์ตแบบต่อเนื่อง เมื่อราคาดิ่งจากประมาณ 98,000 ดอลลาร์ ลงมาเหลือราว 60,000 ดอลลาร์ภายในสองสัปดาห์ เหตุการณ์นั้นกลายเป็นเครื่องเตือนใจว่าความเชื่อมั่นในตลาดคริปโทฯสามารถพลิกกลับได้รวดเร็วเพียงใด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันอาจมีความย้อนแย้งอยู่ในตัวเอง นั่นคือการที่ตลาดอาจมีคนเดิมพันฝั่งขาลงมากเกินไป
บนแพลตฟอร์ม Crypto Twitter นักวิเคราะห์และนักเทรดสายกราฟจำนวนมากต่างออกมาคาดการณ์ว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้จะกลายเป็น bull trap แต่ความเห็นที่เป็นเอกฉันท์นี้ อาจเปิดโอกาสให้เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้าม นั่นคือการพุ่งขึ้นแรงที่บีบให้ผู้ที่เปิดสถานะชอร์ตต้องรีบปิดสถานะ
ในตลาดที่ใช้เลเวอเรจสูง การที่นักลงทุนจำนวนมากมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน มักสร้างสภาพคล่องที่เอื้อให้เกิดการเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามได้ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนในระดับมหภาคยังอาจทำให้แนวโน้มตลาดยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน ได้ผลักดันราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับทำให้ความคาดหวังต่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นบางแห่งในเอเชียเริ่มแสดงสัญญาณความตึงเครียด
ราดู ทูนารู ศาสตราจารย์ด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงจาก Henley Business School ชี้ว่า เหตุการณ์ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์ในอดีตมักมีบทบาทต่อการเทขายครั้งใหญ่ในตลาดการเงิน เขายกตัวอย่างเหตุการณ์ Black Monday ปี 1987 ซึ่งเขาเชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่เริ่มสั่นคลอนตลาดเอเชียก่อนจะลุกลามไปทั่วโลก
สำหรับตอนนี้ การทะลุระดับ 73,000 ดอลลาร์ของบิตคอยน์ได้ปลุกโมเมนตัมขาขึ้นกลับมาอีกครั้ง แต่การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่า ตลาดได้สร้างจุดต่ำสุดไปแล้วจริงหรือไม่ หรือการปรับขึ้นครั้งนี้เป็นเพียง bull trap ที่หลายคนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
หาก Bitcoin ต้องการกลับเข้าสู่โครงสร้างตลาดขาขึ้นในระดับมหภาคอีกครั้ง ราคาจำเป็นต้องกลับขึ้นไปใกล้ 98,000 ดอลลาร์ เพื่อทำลายรูปแบบ lower high ที่เกิดขึ้นจาก bull trap ครั้งก่อนในเดือนมกราคม ซึ่งยังคงกดดันแนวโน้มของตลาดอยู่ในปัจจุบัน
อ้างอิง: www.coindesk.com , coinmarketcap.com