โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'อนุทิน' ถก 'วันนอร์' ลดผลกระทบศึกตะวันออกกลาง เร่งตั้งรัฐบาลเสริมความเชื่อมั่น

PostToday

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

5 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนสักการะองค์นรสิงห์จำลองตามปกติ

ต่อมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง

นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชิญตนมาหารือ เนื่องจากแม้ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อคนไทย โดยเฉพาะในประเทศมุสลิม จึงต้องหารือแนวทางดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายวันมูหะมัดนอร์ ยืนยันว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวล เพราะประเทศไทยกำหนดท่าทีเป็นกลาง และพร้อมปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติและอาเซียน โดยไทยสนับสนุนแนวทางการเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพ

ส่วนสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งดูแลคนไทยในพื้นที่ให้ปลอดภัย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ ยังเชื่อว่า หลายประเทศพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในการช่วยเหลือคนไทย เพราะไทยมีภาพลักษณ์เป็นประเทศที่รักสันติและไม่มีความขัดแย้งกับประเทศใด

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวถึงโครงสร้างทางศาสนาในพื้นที่ว่า คนไทยในตะวันออกกลางกว่า 80% เป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ ขณะที่อิหร่านส่วนใหญ่เป็นนิกายชีอะห์กว่า 90% แม้จะมีความแตกต่างทางนิกาย แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และในประเทศไทยเองก็มีมุสลิมนิกายชีอะห์ประมาณ 10%

สำหรับประเด็นการเปิดประชุมสภาหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส.ครบแล้วนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ขั้นตอนต่อไปคือเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลฯ เปิดสมัยประชุม โดย สส.ทุกคนต้องปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลนั้น มองว่าพรรคภูมิใจไทยซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากที่สุด มีหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียด ซึ่งรัฐบาลรักษาการอาจมีข้อจำกัดในการเจรจาระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...