โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอลโจมตีระลอกใหญ่ในอิหร่าน ขณะความขัดแย้งเข้าสู่วันที่ 5

Xinhua

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 20.50 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 13.50 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

เยรูซาเล็ม/เตหะราน, 4 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธ (4 มี.ค.) กองทัพอิสราเอลประกาศว่าได้ “เริ่มการโจมตีระลอกใหญ่” ต่อเป้าหมายในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดปล่อยขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ขณะที่ปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลเข้าสู่วันที่ 5 โดยกองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีศูนย์บัญชาการของรัฐบาลและสถานที่ด้านความมั่นคงภายใน “หลายสิบแห่ง” ทั่วกรุงเตหะราน ซึ่งเครื่องบินรบได้ทิ้งอาวุธจำนวนหลายสิบลูกใส่กลุ่มกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ (Basij) ของอิหร่านและศูนย์บัญชาการความมั่นคงภายใน

ด้านในอิสราเอล มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วประเทศตลอดช่วงกลางคืนจนถึงเช้ามืดวันพุธ (4 มี.ค.) หลังทางการแจ้งเตือนการยิงขีปนาวุธจากอิหร่าน ขณะที่แรงระเบิดจากการสกัดกั้นขีปนาวุธสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อกลุ่มอาคารหลายแห่ง

สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) ของทางการอิหร่าน อ้างอิงคำกล่าวของอาลีเรซา คาเซมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอิหร่าน รายงานว่าปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอลส่งผลให้มีนักเรียนและครูเสียชีวิตราว 185 ราย บาดเจ็บเกือบ 120 ราย และทำลายโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาราว 20 แห่งทั่วอิหร่าน

คาเซมี ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายในกรุงเตหะรานเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) กล่าวว่าการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่โรงเรียน โรงพยาบาล และศูนย์กู้ภัยและบรรเทาทุกข์ ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญา พันธกรณี และกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งสิ่งนี้ควรถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์

(แฟ้มภาพซินหัว : ความเสียหายภายในห้องเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 3 มี.ค. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...