โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ฮุน มานี” เทียบไทย-กัมพูชา เหมือนลิ้นกับฟัน ขาดกันไม่ได้ เร่งหาทางจบขัดแย้ง

Thaiger

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 22.13 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

“ฮุน มานี” เปรียบไทย-กัมพูชา เหมือนลิ้นกับฟัน ขาดกันไม่ได้ ย้ำการทหารไม่ใช่ทางออก เร่งหาทางยุติข้อพิพาทด้วยสันติวิธี

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ฮุน มานี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้าราชการพลเรือนกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาและไทยควรต้องหาทางยุติข้อพิพาทร่วมกันไม่ช้าก็เร็ว โดยอ้างถึงคำกล่าวของอดีตนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ที่เปรียบเทียบความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเหมือนลิ้นกับฟันที่แยกจากกันไม่ได้

ในการกล่าวสุนทรพจน์งานเฉลิมฉลองวันวัฒนธรรมแห่งชาติ โดย ฮุน มานี กล่าวว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะปกป้องดินแดนของตน แม้จะยอมรับว่ากองทัพของตนไม่ได้มีความได้เปรียบเหนืออีกฝ่ายก็ตาม

เขาเสริมว่ากำลังทหารและการปะทะกันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง โดยชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งในปี 1954 และ 2008 ได้รับการแก้ไขผ่านวิถีทางการทูต การเมือง และกฎหมาย แม้ว่าความขัดแย้งจะปะทุขึ้นอีกครั้งในปี 2025 แต่มานีกล่าวว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงคำกล่าวของอดีตนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน

ภาพจาก: FRESH NEWS

ฮุน มานี กล่าวว่า “ระหว่างปี 2008 ถึง 2011 อดีตนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน เคยกล่าวไว้ว่า ประเทศของเราทั้งสองไม่ต่างจากลิ้นกับฟัน เราไม่สามารถอยู่โดยขาดกันและกันได้ แต่บางครั้งฟันก็กัดลิ้นจนทำให้เจ็บร้องออกมา และบางครั้งการกัดนั้นไม่ได้โดนลิ้น แต่กลับไปโดนฟันด้วยกันเองจนฟันแตก”

มานีแสดงความหวังว่าทางออกโดยสันติจะสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ของประชาชนและทั้งสองประเทศ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเพื่อนบ้านไม่สามารถย้ายหนีจากกันได้

ที่มา: Cambodianess

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...