โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้ว่าฯ ลพบุรี ลุยติดตามไฟป่า “จำปีสิรินธร” ใช้ ฮ. KA-32 ทิ้งบอมบ์น้ำสกัดเพลิง

สยามรัฐ

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 23.28 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 15.17 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายวรวงศ์ วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราชฎร เขต 4 จังหวัดลพบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ป่าจำปีสิรินธร ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2569 เวลา 16.30 น. โดยประมาณ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ณ ป่าจำปีสิรินธร ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี พื้นที่เสียหายเบื้องต้น ประมาณ 20 ไร่ ต้นเพลิงเริ่มลุกลามจากบริเวณชายป่า ซึ่งมีหญ้าแห้ง ประกอบกับมีกระแสลมแรง ทำให้ไฟขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ชั้นในอย่างรวดเร็ว โดยมีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ และรถดับเพลิง กว่า 20 คันเข้าระงับเหตุ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ต้นเพลิงภายในป่าได้ อีกทั้งระบบประปาภายในป่าที่เจ้าหน้าที่ได้เดินไว้ได้รับความเสียหายจากการถูกเผา จึงทำได้เพียงใช้กำลังคนขนน้ำพร้อมอุปกรณ์สะพายบ่าเข้าไประงับเหตุ จังหวัดลพบุรี ได้ประสานไปยังกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยประสานนำ เฮลิคอปเตอร์ KA-32 เข้าช่วยระงับเหตุ ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงและจำกัดพื้นที่ไว้ได้แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพราะสามารถปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้สั่งการให้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี (ปภ.) ประสานงานไปยัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อขอสนับสนุนอากาศยาน(เฮลิคอปเตอร์ KA-32) เข้าปฏิบัติการระงับเหตุไฟป่าในรูปแบบ "ทิ้งบอมบ์น้ำล็อกตำแหน่ง" (Point Drops) เพื่อสกัดกั้นหัวไฟในจุดวิกฤตที่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้าถึงยาก และป้องกันไม่ให้ปะทุขึ้นมาอีก รวมถึงเร่งแก้ไขระบบน้ำภายใน ผืนป่าจำปีสิรินธรที่เจ้าหน้าที่ได้วางระบบไว้ให้กลับมาใช้งานได้ปกติเหมือนเดิมนอกจากนี้ สั่งการให้อำเภอช่วยสนับสนุนวัสดุที่จำเป็นในการดับไฟป่าให้กับเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อการเข้าระงับเหตุการณ์ในครั้งนี้

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวเน้นย้ำว่า เราจะใช้ทุกสรรพกำลัง ทั้งการเดินเท้าทำแนวกันไฟ และการดับไฟทางอากาศ เพื่อปกป้องผืนป่าจำปีสิรินธรที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงปักหลักเฝ้าระวังและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...