โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบหนุ่มบัญชีม้าหลอกเหยื่อโอนเงินเจ้าตัวอ้างไม่เอี่ยว แต่ถูกลวงสมัครแอปฝากเงินออม ซ้ำถูกนำบัญชีไปใช้

สวพ.FM91

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 19.43 น.

รวบหนุ่มบัญชีม้าหลอกเหยื่อโอนเงินเจ้าตัวอ้างไม่เอี่ยว แต่ถูกลวงสมัครแอปฝากเงินออม ซ้ำถูกนำบัญชีไปใช้

(8 มี.ค. 69) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายสัน (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใดฯ” ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีรถไฟดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 ผู้เสียหายได้มาพบพนักงานสอบสวน สภ.ขนอม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายสัน (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ที่ได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินโดยผู้เสียหายได้พบเพจเฟซบุ๊ก ได้มีการลงโพสต์โฆษณาผ่านรูปแบบสาธารณะให้ประมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปทำการประมูลและผู้เสียหายได้ทำการประมูลในราคา 46,000 บาท จากนั้นเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ติดต่อผ่านกล่องข้อความเมสเซนเจอร์มาหาผู้เสียหายและได้บอกว่าชนะการประมูล โดยได้ให้หมายเลขบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีนายสัน (นามสมมุติ) อายุ 35 ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงิน เข้าไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายได้ให้ไว้ เมื่อวันที่ (4 ส.ค. 68) จำนวนเงินประมาณ 50,000 บาท

เมื่อโอนเงินไปแล้วคนร้ายได้ให้โอนเงินไปอีก แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินเพิ่ม ต่อมาคนร้ายได้ทำการบล็อกเฟซบุ๊กผู้เสียหาย จึงรู้ว่าถูกหลอกและได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่เกี่ยวข้องที่หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินพบว่าเงินจากผู้กล่าวหาได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาจริง และเมื่อรับโอนเงินแล้วได้มีการโอนเงินไปยังทรูมันนี่วอลเล็ท ต่อเนื่องทันทีและผู้ต้องหาเพิ่งเปิดบัญชีธนาคารเมื่อวันที่ (24 ก.ค. 68) ซึ่งก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ไม่นาน อันมีลักษณะผิดปกติวิสัย

โดยเปิดบัญชีก่อนเกิดเหตุคดีนี้ไม่นานเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ได้เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหรือหลอกลวงให้ผู้เสียหายในคดีนี้หลงเชื่อชนะการประมูลเครื่องคอมพิวเตอร์จริง เป็นการกระทำไม่เลือกเหยื่อในการติดต่อหรือการโฆษณาผ่านรูปแบบสาธารณะซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ส่งหมายเรียกไปยังภูมิลำเนาของผู้ต้องหาได้รับผลการส่งหมายเรียกแต่ไม่พบผู้ต้องหา พบบุคคลอื่นแจ้งว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าและไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ใด เชื่อได้ว่าน่าจะกระทำผิดอาญาและถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีที่อยู่หลักแหล่ง พนักงานสอบสวนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอหมายจับเพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบนายสัน (นามสมมุติ) อายุ 35 ได้หลบหนีอยู่ทางภาคอีสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวและทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้และจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณย่านดอนเมือง พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายสัน (นามสมมุติ) อายุ 35 โดยนำบัตรประจำตัวประชาชามาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรขนอม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...