โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัยชี้ 'ภาวะโลกร้อน' เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2015

SpringNews

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 04.50 น.

ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศพ็อทซ์ดัม (Potsdam Institute for Climate Impact Research : PIK) ของเยอรมนี ระบุว่า ภาวะโลกร้อนทั่วโลกได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา

การศึกษาพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ขึ้นอยู่กับชุดข้อมูล เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษในช่วงปี 1970 ถึงปี 2015 พร้อมเสริมว่า อัตราการเพิ่มขึ้นล่าสุดนี้สูงกว่าทศวรรษใด ๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอุณหภูมิด้วยเครื่องมือในปี 1880

การศึกษานี้อาศัยข้อมูลสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากอองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) และสถาบัน Berkeley Earth องค์กรวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรในรัฐแคลิฟอร์เนีย

แกรนต์ ฟอสเตอร์ ผู้ร่วมวิจัย ระบุว่า ทีมนักวิจัยได้กรองปัจจัยธรรมชาติที่อาจบดบังแนวโน้มอุณหภูมิที่แท้จริงออกไป เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญ การปะทุของภูเขาไฟ และความแปรผันในกิจกรรมของดวงอาทิตย์ ด้วยวิธีการนี้ 'สัญญาณรบกวน' ในข้อมูลจึงลดลง และทำให้เห็นแนวโน้มของภาวะโลกร้อนระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า หากอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังคงดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ อุณหภูมิของโลกอาจพุ่งเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียสของข้อตกลงปารีส ปี 2015 ก่อนปี 2030

นักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ระยะเวลา 11 ปีล่าสุดเป็นช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลมา โดยปี 2024 เป็นปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์อันดับ 1 และปี 2023 ตามมาเป็นอันดับที่ 2

ผลการศึกษาของ PIK ระบุว่า แม้จะปรับข้อมูลให้ถูกต้องเพื่อลดผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญและช่วงที่กิจกรรมของดวงอาทิตย์อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว ปี 2023 และปี 2024 ซึ่งมีอุณหภูมิอบอุ่นเป็นพิเศษ ก็ยังคงเป็น 2 ปีที่อากาศร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment โต้แย้งว่า ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่แสดงหลักฐานทางสถิติที่ชัดเจนว่าภาวะโลกร้อนเร่งตัวขึ้นเกินกว่าที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

โรแบร์ วูตาร์ด รองประธานคณะทำงานด้านพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน IPCC กล่าวว่า นอกเหนือจากความผันผวนตามธรรมชาติแล้ว เรายังควรศึกษาผลกระทบจากการลดลงของการปล่อย 'ละอองลอย' (Aerosol) ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ มีแนวโน้มที่จะทำให้โลกเย็นลงและชดเชยภาวะโลกร้อนได้บางส่วน โดยการสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์บางส่วนและเปลี่ยนแปลงการก่อตัวของเมฆ

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้นเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างถาวรมากน้อยเพียงใด เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความแปรปรวนตามธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แนวโน้มของอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...