โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

สมองห้องแล็บพัฒนาครั้งใหญ่ ประมวลผลได้แบบเรียลไทม์พบคล้าย “เด็กวัยฝึกเดิน”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 06.29 น.
สมองห้องแล็บพัฒนาครั้งใหญ่ ประมวลผลได้แบบเรียลไทม์พบคล้าย “เด็กวัยฝึกเดิน”

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ ประเทศสหรัฐอเมริกา พัฒนาสมองที่เพาะปลูกในห้องแล็บ (Brain Organoids) ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยฝึกสอนให้มันมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ คล้ายกับการลองผิดลองถูก ที่เด็กวัยฝึกเดินได้เรียนรู้ระหว่างเดิน นับเป็นความก้าวหน้าอีกครั้งที่น่าจับตา

ประวัติศาสตร์การเพาะปลูกสมองในห้องแล็บ

ย้อนไปในปี 1907 นักชีววิทยาชาวอเมริกัน เฮนรี่ แวน ปีเตอร์ส วิลสัน (Henry Van Peters Wilson) ได้เอาฟองน้ำ (sponges) มาบดผ่านตะแกรง จนเซลล์ของพวกมันแยกออกจากกันเป็นชิ้น ๆ แต่แทนที่เซลล์จะตาย มันกลับรวมตัวกันและก่อตัวขึ้นมาเป็นฟองน้ำที่มีชีวิตเหมือนเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเซลล์ของสิ่งมีชีวิต มีบางสิ่งบางอย่างที่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น และประกอบด้วยหลายเซลล์ด้วยกัน

หลังจากนั้นนักวิจัยได้ศึกษาเรื่องนี้มานานหลายทศวรรษ ในเวลาต่อมาจึงค้นพบ เซลล์ พลูริโพเทนต์ (pluripotent stem cells) หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นแบบ (master cells) ซึ่งมีความสามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนตัวเองได้ (Self-renewal) และสามารถเปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์เฉพาะทางอื่น ๆ ในร่างกายได้ (Differentiation) หากมีเงื่อนไขที่เหมาะสม ความสำเร็จนี้เริ่มจากการแยกสเต็มเซลล์ จากตัวอ่อนหนูในปี 1981 ตามด้วยตัวอ่อนมนุษย์ในปี 1998

จนกระทั่งปี 2013 มนุษย์จึงเพาะเลี้ยงสมองในห้องแล็บได้ครั้งแรก เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดยมาเดลีน แลนแคสเตอร์ (Madeline Lancaster) สร้างออร์แกนอยด์สมอง (organoids คือ เซลล์แบบจำลอง 3 มิติ) จำลองสมองของมนุษย์ขึ้นมา โดยสร้างมาจากสเต็มเซลล์ จึงมีเซลล์ประสาท (neurons) ของจริงอยู่ข้างใน ซึ่งสามารถส่งสัญญาณไฟฟ้าหากันได้ ออร์แกนอยด์สมองนี้ทำให้ทีมวิจัยสามารถศึกษาพัฒนาการของสมอง จำลองโรคทางระบบประสาท และทดสอบยาต่าง ๆ ก่อนการทดลองในมนุษย์

งานวิจัยใหม่ ออร์แกนอยด์สมองที่สามารถแก้ปัญหาคาร์ทโพลได้

ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ นำโดยแอช รอบบินส์ (Ash Robbins) สามารถฝึกฝนออร์แกนอยด์สมองในห้องแล็บให้แก้ปัญหาคาร์ทโพล (cart-pole problem) ได้ โดยปัญหาคาร์ทโพลเป็นเกณฑ์มาตรฐานทางวิศวกรรม (engineering benchmark) ที่ใช้ทดสอบความฉลาดของ AI และหุ่นยนต์ เพื่อดูว่าระบบเหล่านั้นประมวลผลข้อมูลได้เร็วและแม่นยำแค่ไหน

โดยพื้นฐานแล้ว ปัญหาคาร์ทโพล จะเหมือนการพยายามทำให้ไม้กวาดตั้งตรงบนฝ่ามือ แรงโน้มถ่วงจะทำให้ไม้กวาดหล่นลงมา ดังนั้นเราต้องพยายามขยับตำแหน่งตลอดเวลาเพื่อให้ไม้กวาดตั้งตรงให้ได้ หากขยับมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ไม้กวาดก็จะล้มลง มนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้เพื่อที่จะยืนและเดินตัวตรงได้ มนุษย์เรามีสัญชาตญาณและหูชั้นในที่ส่งสัญญาณบอกสมองว่าเรากำลังเอียงไปทางไหนเพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสมดุลได้แบบเรียลไทม์ แต่สมองที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บไม่มีสิ่งเหล่านี้

นักวิจัยจึงได้กระตุ้นออร์แกนอยด์สมอง ด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ควบคุมโดยอัลกอริทึมการเรียนรู้แบบเสริมแรง และฝึกสอนออร์แกนอยด์สมองจนอัตราความสำเร็จในการแก้ปัญหาคาร์ทโพล เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.5 ไปเป็นร้อยละ 46 และพบว่าออร์แกนอยด์สมองสามารถเรียนรู้แบบมีเป้าหมายได้ คล้ายกับการลองผิดลองถูกที่เด็กวัยหัดเดินต้องเผชิญขณะเรียนรู้ที่จะเดิน นับว่าเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง

ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

คีธ เฮงเกน (Keith Hengen) รองศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกการทำงานและการปรับตัวของเครือข่ายประสาท ได้ให้ความเห็นเชิงวิชาการต่อความก้าวหน้าครั้งนี้ว่า “นี่คือวงจรประสาทที่เรียบง่าย ไม่มีโดปามีน (สารเคมีที่สร้างความพึงพอใจ) ไม่มีประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส ไม่มีร่างกายให้ดำรงอยู่ ไม่มีเป้าหมายให้แสวงหา แต่เมื่อได้รับสัญญาณไฟฟ้าเฉพาะจุด เนื้อเยื่อนี้ก็มีความยืดหยุ่นและโครงสร้างมากพอที่จะสามารถแก้ปัญหาด้านการควบคุมได้ ซึ่งผลลัพธ์นี้บอกเราถึงสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่ง นั่นคือความสามารถในการคำนวณแบบปรับตัว (เรียนรู้และแก้ปัญหาตามผลลัพธ์) เป็นคุณสมบัติเฉพาะของเนื้อเยื่อสมองส่วนคอร์เท็กซ์ แยกต่างหากจากโครงสร้างค้ำจุนทั้งหมดที่เรามักคิดว่าจำเป็น”

นับเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งอาจเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อีกมากมายในอนาคต การศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Reports ฉบับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...