โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แบล็กร็อก จำกัดถอนเงินออกจากไพรเวทฟันด์ หลังนักลงทุนแห่ไถ่ถอนหนีตลาดผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 06.57 น.

แบล็กร็อก จำกัดถอนเงินออกจากไพรเวทฟันด์ หลังนักลงทุนแห่ไถ่ถอนหนีตลาดผันผวนจากความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ สงครามตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI และความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 ว่า แบล็กร็อก (BlackRock) บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.)ว่า บริษัทได้จำกัดการถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อส่วนบุคคล (Private Credit Fund) ของบริษัท หลังมีนักลงทุนแห่ทำรายการขอไถ่ถอนคืน (Redemptions) เป็นจำนวนมากจนเกินเพดานที่กำหนดไว้ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่ออุตสาหกรรมสินเชื่อเอกชนมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์

หุ้นของแบล็กร็อกร่วงลง 6.7% ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (6 มี.ค.)ท่ามกลางแรงเทขายในตลาดโดยรวม หลังตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐออกมาแย่กว่าคาด และสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความตึงเครียด

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นต่อสินเชื่อเอกชนเริ่มอ่อนตัวลง โดยนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเริ่มขอถอนเงินจากกองทุน เช่น กองทุน HPS Corporate Lending Fund มูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์ของแบล็กร็อก ซึ่งถูกออกแบบมาให้เปิดรับนักลงทุนรายบุคคลที่มีฐานะมั่งคั่ง

Greggory Warren นักวิเคราะห์หุ้นอาวุโสจากมอร์นิ่งสตาร์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ควรเป็นสัญญาณเตือนต่ออุตสาหกรรมและหน่วยงานกำกับดูแล ถึงความเสี่ยงของกองทุนที่สภาพคล่องต่ำสำหรับนักลงทุนรายย่อย”

ปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นยังมาจากเหตุล้มละลายในปีที่ผ่านมา ทั้งซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์ในสหรัฐ บริษัทปล่อยสินเชื่อรถยนต์ซับไพรม์ รวมถึงการล่มสลายของผู้ให้กู้จำนองในสหราชอาณาจักรเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทคู่แข่งอย่าง Blackstone ได้ปรับเพิ่มเพดานการไถ่ถอนจาก 5% เป็น 7% สำหรับกองทุนมูลค่า 82,000 ล้านดอลลาร์ หลังคำขอถอนเงินเพิ่มขึ้น โดยบริษัทและพนักงานยังลงทุนเพิ่มอีก 400 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับคำขอถอนทั้งหมด ขณะที่ Blue Owl Capital ได้เข้าซื้อคืน 15.4% ของกองทุนหนึ่งในเดือนมกราคม

สำหรับกองทุน HLEND ของแบล็กร็อก มีคำขอถอนเงินรวม 1,200 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก คิดเป็นราว 9.3% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV)ของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนระบุว่าจะจ่ายคืนได้เพียง 620 ล้านดอลลาร์ ตามรอบการไถ่ถอนรายไตรมาส ซึ่งแตะเพดาน 5% ที่ผู้จัดการกองทุนสามารถจำกัดการถอนเพิ่มเติมได้

นักวิเคราะห์มอร์นิ่งสตาร์ระบุว่า ความเสี่ยงใหญ่ของผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือก คือหากอัตราการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุน และส่งผลต่อการระดมทุนในอนาคต

ปัญหาโครงสร้างสภาพคล่อง

กองทุน HLEND เป็นบริษัทพัฒนาธุรกิจ (BDC) ที่แบล็กร็อกเข้าซื้อพร้อมผู้จัดการกองทุน HPS Investment Partners ในดีลมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2024 เพื่อรุกตลาดสินเชื่อเอกชน

กองทุนระบุว่าคำขอถอนเงินที่เกิน 5% ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน

โครงสร้างของ BDC คือการระดมเงินจากนักลงทุนที่ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย แล้วนำไปปล่อยกู้ให้บริษัทขนาดกลาง ซึ่งสินเชื่อเหล่านี้มักขายออกได้ยาก หากมีนักลงทุนจำนวนมากต้องการถอนเงินพร้อมกัน

Jon Gray ประธานของ Blackstone กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า นักลงทุนสถาบันยังคงจัดสรรเงินลงทุนเข้าสู่สินเชื่อเอกชนอย่างต่อเนื่อง

HLEND ระบุว่า การจำกัดการไถ่ถอนที่ระดับ 5% มีเป้าหมายเพื่อป้องกัน “ความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้าง” ระหว่างเงินทุนของนักลงทุนกับระยะเวลาของสินเชื่อเอกชนที่กองทุนถืออยู่

นักวิเคราะห์จากมอร์นิ่งสตาร์อธิบายว่าการจำกัดการถอนเงินช่วยให้ผู้จัดการกองทุนไม่ต้องถูกบังคับขายสินทรัพย์ ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนของนักลงทุนที่เหลืออยู่ลดลง เนื่องจากสินทรัพย์ในกองทุนประเภทนี้มักมีสภาพคล่องต่ำและข้อมูลไม่โปร่งใสมากนัก

ในไตรมาสแรก กองทุนมีเงินลงทุนใหม่เข้ามา 840 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่ามูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์ที่นักลงทุนต้องการถอนออก

เสี่ยงจากหุ้นซอฟต์แวร์และความผันผวนตลาด

HLEND ระบุว่าสินเชื่อส่วนใหญ่ปล่อยให้บริษัทเอกชนที่มีธุรกิจเติบโตและกระแสเงินสดมั่นคง และถูกออกแบบให้ได้รับชำระคืนก่อนในกรณีที่ผู้กู้ล้มละลาย โดยกองทุนจ่ายเงินปันผลรายเดือน

เอกสารของบริษัทระบุว่า 19% ของพอร์ตการลงทุนเกี่ยวข้องกับธุรกิจซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่เผชิญแรงขายอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าบริษัทสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นหลักอาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนมากกำลังย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตลาดทั่วโลกเผชิญความผันผวนสูงในปีนี้ จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งยืดเยื้อในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI และความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้

ด้าน HPS ระบุในแถลงการณ์ว่า ความผันผวนของตลาดในปัจจุบันยังเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าลงทุนได้มากขึ้นเช่นกัน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...