เท้ง เผยยังไม่คุย ปชป.-กธ. ร่วมฝ่ายค้าน จ่อหารือยกเครื่อง กก.บห.พรรค เม.ย.นี้
เท้ง ลั่นพร้อมทำงานในสภา ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง เผยยังไม่คุย ‘ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม’ ร่วมฝ่ายค้าน ยันไร้ปัญหาเหตุเคยร่วมงานพรรคต่างอุดมการณ์มาแล้ว รอที่ประชุม สส.เคาะส่งคนชิง‘ประธาน-รองประธานสภา’หรือไม่ จ่อหารือยกเครื่องกรรมการบริหารพรรคประชุมใหญ่ เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า วันนี้ ส.ส.ของพรรคประชาชนมารายงานตัวและทำหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง วาระสำคัญต่อจากนี้ เราได้มีการเตรียมตัวภายใน โดยในช่วงบ่ายจะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค ส่วนงานที่เราจะผลักดันต่อคือชุดกฎหมายหลายฉบับที่เราพร้อมทำหน้าที่ทันที เมื่อสภาเปิดอย่างเต็มรูปแบบ เราพร้อมยื่นกฎหมายทันที ไม่ว่าจะเป็นชุดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น การปฏิรูประบบงบประมาณ การยกระดับในการตรวจสอบ สิ่งแวดล้อม สิทธิเสรีภาพ การลดค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นไม่กี่ตัวอย่างที่เราพร้อมยื่นเข้าสภา
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ส่วนการปรับตัวที่จะร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม ซึ่งน่าจะมาร่วมงานฝ่ายค้านนั้น เป็นกระบวนการปกติในสภาอยู่แล้วที่พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลต้องมาทำงานฝ่ายค้าน คงไม่ต้องปรับกระบวนท่าในการทำงานอะไรมาก กระบวนการวิปฝ่ายค้านเป็นปกติ เราสามารถทำงานได้กับทุกฝ่ายอยู่แล้ว ในอดีตเราก็ทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ไม่จำเป็นต้องมีจุดยืนหรือหลักการที่ตรงกัน
เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ระดับสมาชิกจะพูดคุยหารือกัน แต่ในระดับแกนนำยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ ตนเข้าใจว่าจากการสัมภาษณ์ทางพรรคภูมิใจไทยเองค่อนข้างนิ่ง แต่ก็ต้องรอกระบวนการอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกประธานสภา รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรี กว่า ครม.จะเข้ามาทำงานยังมีอีกหลายขั้นตอน ก่อนที่ผู้นำฝ่ายค้านจะถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจึงจะสามารถตั้งวิปฝ่ายค้านได้
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไว้เองหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในฐานะพรรคการเมืองลำดับหนึ่งที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็เป็นตำแหน่งที่เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว พร้อมทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องของคดี 44 ส.ส. มีความกังวลหรือไม่นั้น เราไม่ได้กังวล แต่ไม่ได้ประมาท ยืนยันตามความบริสุทธิ์ของเราในการทำหน้าที่ ส.ส. ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรที่จะทำให้เราต้องโดนคดีแบบนี้
“ในช่วงบ่ายนี้หรืออีกหลายโอกาสจะมีการหารือกันภายในพรรค เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 คน จะเดินหน้าทำงานในสภากันต่ออย่างไร เพื่อให้การทำงานในฐานะ ส.ส.ไม่สะดุดลง” นายณัฐพงษ์กล่าว
ต่อข้อถามว่า แสดงว่าเตรียมคนที่จะขึ้นมาแทนหาก 10 ส.ส. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เตรียมกระบวนการ เตรียมวิธีการไว้หมดแล้ว แต่ตัวบุคคลต้องเป็นกระบวนการภายใน อาจจะต้องหารือกับที่ประชุม ส.ส.พรรคก่อน สุดท้ายหากเกี่ยวกับตำแหน่งผู้บริหารพรรคต้องออกมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งเราวางแผนไว้ว่าจะประชุมกันในช่วงเดือน เม.ย.นี้
เมื่อถามว่ามีการมองว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะไปบอกแทนเพื่อนสมาชิกได้ เราพยายามออกแบบกระบวนการ แต่ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล จะออกมาเป็นชื่อใครก็แล้วแต่การตัดสินใจของสมาชิกพรรค
เมื่อถามว่าการมารายงานตัวต่อสภาในวันนี้ตรงกับวันครบกำหนด 30 วัน ที่ ป.ป.ช.ต้องยื่นคดี 44 ส.ส.ไปที่ศาลฎีกาเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจ เราต้องการให้การรับรองจาก กกต.เสร็จครบทั้งกระบวนการก่อน จึงเลือกมาในช่วงเวลานี้ ไม่ได้ตั้งให้ชนกับอะไร ส่วนที่ทางพรรคได้ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบการเลือกตั้งเขต 2 จ.สุพรรณบุรีนั้น ก็คงต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการว่ามีผลเป็นอย่างไร หากเกิดเหตุที่เห็นได้ชัดว่าน่าจะมีความผิดปกติ เราก็พร้อมจะดำเนินการกับเขตอื่นๆ อย่างเต็มที่ ทีมกฎหมายของพรรคได้รวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนแล้ว
เมื่อถามต่อว่าถึงแม้จะมีการเปิดประชุมสภาแล้วก็ยังสามารถยื่นตรวจสอบการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กกต.น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด เชื่อว่าประชาชนก็ห่วงใยเรื่องนี้เช่นกัน เพราะหลายภาคส่วนยังตั้งคำถามถึงกระบวนการในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมถึง กกต.ออกมารับรองผล โดยที่สังคมยังตั้งคำถามอยู่ หากมีการเปิดสภา และรัฐบาลเดินหน้าไป สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญออกมาระบุว่ากระบวนการในการเลือกตั้งมีปัญหาเกิดขึ้นจริงจะเกิดผลเสียต่อประเทศมากที่สุด
“เราสื่อสารมาตลอดว่าอยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง เรายอมรับผลการเลือกตั้ง การที่เรามารายงานตัวในวันนี้ เพราะเราพร้อมทำหน้าที่ต่อในฐานะผู้แทนราษฎร ส่วนกระบวนการในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ตรวจสอบความผิดปกติ ไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องเดินหน้าควบคู่กันไป” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะเสนอชื่อประธานสภา และรองประธานสภาแข่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยืนยันว่าเราพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง ซึ่งตำแหน่งที่สำคัญคือผู้นำฝ่ายค้านในสภา ซึ่งบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถเป็นพร้อมกันได้กับประธาน และรองประธานสภา แต่ก็ไม่ได้เป็นการปิดกั้น ที่เราจะเสนอชื่อเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในสภา เพราะในอดีตก็มีการเสนอมาแล้ว ซึ่งจะมีการหารือกันก่อน และจะได้ความชัดเจนก่อนจะมีการเปิดประชุมสภาแน่นอน
เมื่อถามว่ามองฟอร์มรัฐบาลว่าอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า รอการทำหน้าที่และกระบวนการหลายๆ อย่างเสร็จสิ้นก่อน เราพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ส่วนที่มีการตั้งรัฐบาลโดยไม่เอาพรรคกล้าธรรม โดยยกเรื่องมาตรฐานจริยธรรมนั้นเหมาะสมหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นายอนุทินเองก็ยังไม่ได้ตอบว่าในอดีตก็เคยแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ทำไมตอนนั้นกับตอนนี้ใช้คนละมาตรฐานกัน ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องการเมืองมากกว่ามาตรฐานทางจริยธรรม
ทั้งนี้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายกฎหมาย อธิบายเพิ่มเติมถึงกรอบเวลา 9 มี.ค.ในการส่งคำร้องคดี 44 ส.ส. ของ ป.ป.ช. ต่อศาลฎีกาว่า ความจริงแล้วไม่ใช่วันที่ 9 มี.ค.
นพ.วาโยอธิบายว่า กรอบเวลา 1 เดือน และ 30 วัน ในทางกฎหมายนั้นแตกต่าง การนับ 1 เดือนนั้นต้องไม่ลืมว่าเดือน ก.พ.มีเพียง 28 วัน หากนับ 30 วัน กรอบเวลาของการยื่นคำร้องย่อมตรงกับวันที่ 11 มี.ค. อย่างไรก็ตาม นพ.วาโยยังระบุว่า ตามกฎหมายเกี่ยวกับ ป.ป.ช. สามารถขยายเวลายื่นคำร้องได้ต่อไปเรื่อยๆ หากมีเหตุผลรองรับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เท้ง เผยยังไม่คุย ปชป.-กธ. ร่วมฝ่ายค้าน จ่อหารือยกเครื่อง กก.บห.พรรค เม.ย.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th