โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"งาดำ" ช่วยลดผมหงอกและคอเลสเตอรอลได้จริงหรือ?

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
“งาดำ” คือสุดยอดอาหารที่ช่วยแก้ปัญหาผมหงอกให้กลับมาดกดำ รวมถึงช่วยลดคอเลสเตอรอลได้จริงหรือ? เรื่องนี้มีข้อเท็จจริง…

หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "งาดำ" คือสุดยอดอาหารที่ช่วยแก้ปัญหาผมหงอกให้กลับมาดกดำ รวมถึงช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดีเยี่ยม แต่ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์และโภชนากร เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร?

ดร. เอแวนเจลีน แมนซิโอริส ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยแอดิเลด (ออสเตรเลีย) ได้ไขข้อข้องใจผ่าน The Conversation โดยสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้:

งาดำคือแหล่งสารอาหารชั้นยอด

งาดำมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่างาขาว ทั้งในแง่ของโปรตีน ไขมันดี คาร์โบไฮเดรต รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม งาดำยังมีสารต้านสารอาหาร เช่น กรดออกซาลิกและกรดไฟติก ซึ่งอาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด แต่เนื่องจากโดยทั่วไปเรามักทานงาดำในปริมาณไม่มาก (เช่น โรยหน้าอาหารหรือในขนม) จึงไม่มีผลเสียต่อร่างกายอย่างมีนัยสำคัญ

ผลต่อคอเลสเตอรอลและความดัน

งานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 465 คนพบว่า การรับประทานงาประมาณ 0.06-35 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ส่งผลให้:

  • ดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง

  • ความดันโลหิตลดลง

  • ระดับคอเลสเตอรอลดีขึ้นเล็กน้อย

สารกลุ่ม "ลิกแนน" (Lignans) โดยเฉพาะเซซามินในงาดำ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันคือ "ยารักษาโรค" ที่จะเปลี่ยนผลเลือดให้ปกติได้เพียงลำพัง

สรุปเรื่อง "ผมหงอก": ความเชื่อที่ต้องปรับจูน

สำหรับความเชื่อที่ว่า "งาดำช่วยให้ผมหงอกกลับมาดำ" ดร. แมนซิโอริสยืนยันชัดเจนว่า ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่รองรับว่าเมล็ดงาดำหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดก็ตาม สามารถหยุดหรือแก้ไขภาวะผมหงอกได้ การเกิดผมหงอกส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม อายุ และปัจจัยภายนอก การทานงาดำถือเป็นทางเลือกที่ดีในการบำรุงสุขภาพเส้นผมโดยรวม แต่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาผมขาวครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...