"งาดำ" ช่วยลดผมหงอกและคอเลสเตอรอลได้จริงหรือ?
หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "งาดำ" คือสุดยอดอาหารที่ช่วยแก้ปัญหาผมหงอกให้กลับมาดกดำ รวมถึงช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดีเยี่ยม แต่ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์และโภชนากร เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร?
ดร. เอแวนเจลีน แมนซิโอริส ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากมหาวิทยาลัยแอดิเลด (ออสเตรเลีย) ได้ไขข้อข้องใจผ่าน The Conversation โดยสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้:
งาดำคือแหล่งสารอาหารชั้นยอด
งาดำมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่างาขาว ทั้งในแง่ของโปรตีน ไขมันดี คาร์โบไฮเดรต รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม งาดำยังมีสารต้านสารอาหาร เช่น กรดออกซาลิกและกรดไฟติก ซึ่งอาจขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด แต่เนื่องจากโดยทั่วไปเรามักทานงาดำในปริมาณไม่มาก (เช่น โรยหน้าอาหารหรือในขนม) จึงไม่มีผลเสียต่อร่างกายอย่างมีนัยสำคัญ
ผลต่อคอเลสเตอรอลและความดัน
งานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 465 คนพบว่า การรับประทานงาประมาณ 0.06-35 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ส่งผลให้:
ดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง
ความดันโลหิตลดลง
ระดับคอเลสเตอรอลดีขึ้นเล็กน้อย
สารกลุ่ม "ลิกแนน" (Lignans) โดยเฉพาะเซซามินในงาดำ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันคือ "ยารักษาโรค" ที่จะเปลี่ยนผลเลือดให้ปกติได้เพียงลำพัง
สรุปเรื่อง "ผมหงอก": ความเชื่อที่ต้องปรับจูน
สำหรับความเชื่อที่ว่า "งาดำช่วยให้ผมหงอกกลับมาดำ" ดร. แมนซิโอริสยืนยันชัดเจนว่า ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่รองรับว่าเมล็ดงาดำหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดก็ตาม สามารถหยุดหรือแก้ไขภาวะผมหงอกได้ การเกิดผมหงอกส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม อายุ และปัจจัยภายนอก การทานงาดำถือเป็นทางเลือกที่ดีในการบำรุงสุขภาพเส้นผมโดยรวม แต่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาผมขาวครับ