โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์จ่อทบทวนค่าธรรมเนียม ขานรับนโยบายผู้ว่าการธปท.-เร่งหาจุดสมดุล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 23.48 น.

แบงก์รับนโยบาย ธปท. เขย่าโครงสร้างค่าธรรมเนียม-จัดทำมาตรฐานใหม่ 15 รายการ รับปัจจุบันลูกค้าหันมาใช้โมบายแบงกิ้งมากขึ้น เลิกใช้บัตรโอนเงิน-ถอนเงินข้ามเขต แทบไม่มีค่าฟีอยู่แล้ว ขณะที่ค่าธรรมเนียมบางตัวปัจจุบันไม่ได้เรียกเก็บแล้ว ฟาก “วิจัยกสิกรฯ” คาดมีผลกระทบต่อรายได้-แบงก์ดิ้นหาค่า Fee ประเภทใหม่ชดเชย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการเข้าไปกำหนดค่าธรรมเนียม (Fee) ของธนาคารพาณิชย์ ในส่วนของธุรกรรม Transaction Banking และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อเอสเอ็มอี ซึ่งมองว่าเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยจะเข้าไปดูแลและกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เบื้องต้นมีประมาณ 15 รายการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยกับธนาคาร

“ต้องคุยกัน ตรงไหนคือจุดสมดุลที่จะปรับลด เช่น ค่าธรรมเนียมข้ามเขต เรียกเก็บเช็คข้ามเขต เนื่องจากปัจจุบันธุรกรรมเหล่านี้ไม่มีต้นทุน หรือต้นทุนน้อยมาก รวมถึงค่าออกบัตรเดบิต-เอทีเอ็ม ค่ารักษาบัญชีที่แต่ละแบงก์เก็บค่าธรรมเนียมไม่เท่ากัน และไม่มีมาตรฐาน รวมไปถึงค่าธรรมเนียมการขอกู้เงินของเอสเอ็มอีจะเลือกมาประมาณ 15 รายการ แล้วประกาศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน”

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันค่า Fee ในส่วนของธุรกรรมค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว อย่างการโอนเงิน-ถอนเงินข้ามเขต ปัจจุบันมีบริการกดเงินไม่ใช้บัตร (Cardless Withdrawal) แม้ว่าจะไปถอนเงินที่ต่างจังหวัดผ่านเครื่องเอทีเอ็มก็จะไม่มีค่า Fee รวมถึงผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม-เดบิตน้อยลง ดังนั้น อาจจะช่วยลดภาระประชาชนได้บ้าง แต่อาจไม่มากนัก

ขณะที่ค่า Fee ในส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอี เช่น ค่าธรรมเนียมอนุมัติสินเชื่อ (Front end Fee) หรือค่าธรรมเนียมชำระหนี้ล่วงหน้า (Pre-Payment Fee) อาจจะมีผลกระทบกับแบงก์ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการอนุมัติสินเชื่อ อย่างไรก็ดี ธนาคารพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งก็คงต้องปรับตัวไปหารายได้ค่าธรรมเนียมด้านใหม่ แต่ก็ค่อนข้างยากในภาวะเช่นนี้

“ธปท.ยังไม่ได้มาคุย แต่เชื่อว่ากำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ แล้วคงหารือ และดูต้นทุนของธนาคารอีกครั้ง แต่ค่าธรรมเนียมหลายอย่างแบงก์ไม่ได้มีการเรียกเก็บ หรือลดลงตามเทคโนโลยีและดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นอยู่แล้ว”

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่าปัจจุบันก็จะเห็นว่าค่า Fee หลาย ๆ ตัวธนาคารไม่ได้มีการเรียกเก็บแล้ว อย่างไรก็ดี มองว่าค่า Fee ถอนเงิน หรือฝากเงิน มองว่าจะต้องเก็บ เนื่องจากมีต้นทุนสูง และกรณีลูกค้าต้องการจะใช้เงินก้อนใหญ่ควรโอนเงิน ซึ่งธนาคารอาจจะพิจารณาดูในวงเงินก้อนใหญ่ ๆ อาทิ หลักล้านบาทขึ้นไป ซึ่งไม่กระทบคนส่วนใหญ่

สำหรับค่า Fee อื่นอาจจะต้องดูรายละเอียด แต่เห็นด้วยการเรียกเก็บในส่วนที่เป็นข้อจำกัด และทำให้การขอสินเชื่อเป็นภาระกับลูกค้า โดยเฉพาะในสินเชื่อเอสเอ็มอี

“ในด้านการปรับตัวของแบงก์ แม้ว่าจะไม่มีเรื่องที่ ธปท.จะทำ แบงก์เองก็ต้องพยายามหารายได้ค่าธรรมเนียมจุดอื่นเพิ่ม อย่างปีที่ผ่านมาและปีนี้ก็จะเน้นเรื่องการลงทุน ทั้งผ่านกองทุนรวม หรือตราสารต่าง ๆ รวมถึงค่าธรรมเนียมจากการใช้จ่ายบัตรเครดิต เป็นต้น”

นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเข้ามาดูแลค่า Fee ของ ธปท.เป็นสิ่งที่เคยดำเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยธนาคารจะต้องมีการแจกแจงต้นทุนที่มาในแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งแต่ละธนาคารอาจจะมีต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน แต่มองว่า ธปท.มีความตั้งใจดี เพื่อจะทำให้ต้นทุนที่เกิดกับผู้ใช้บริการหรือประชาชนน้อยที่สุด และเหมาะสม ซึ่งจะต้องกลับมาดูรายละเอียดอีกที

“คงจะต้องมีการพูดคุยหารือกัน เพื่อพิจารณาต้นทุนและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ว่าต้นทุนอยู่ตรงไหน และการแข่งขันอยู่ตรงไหน ที่ผ่านมาธนาคารก็มีการลดค่า Fee เป็นระยะ ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้ง ส่วนผลกระทบต่อรายได้คงมีบ้าง แต่คงต้องมาดูรายละเอียดว่าจะปรับลดส่วนไหน อะไร ยังไง เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ ธนาคารพร้อมดำเนินตามนโยบาย เชื่อว่าผู้ว่าการธปท.มีความตั้งใจดีที่ต้องการลดต้นทุนให้ประชาชน”

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาทิศทางดอกเบี้ยขาลง และสินเชื่อขยายตัวไม่ดี ทำให้รายได้ดอกเบี้ยของแบงก์ถูกกดดัน แบงก์จึงพยายามหาค่าธรรมเนียมประเภทใหม่ ๆ หรือเน้นรายได้ค่า Fee เกี่ยวกับการลงทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมากขึ้น

ซึ่งในปี 2568 รายได้ดอกเบี้ยมีอัตราการเติบโต -10% ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโตราว 4% หรือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท โดยที่ยังขยายตัวได้ดี จะเป็นค่าบริการหรือเกี่ยวเนื่องการใช้บัตรเครดิตโต 10% หรือราว 5.8 หมื่นล้านบาท ค่าบริการนายหน้า-ธุรกิจเกี่ยวกับ Wealth โต 8% หรือ 3.8 หมื่นล้านบาท และการเบิกถอนเงิน-โอนเงิน-เรียกเก็บเงิน หรือเกี่ยวข้องกับการชำระเงินโต 3% หรือราว 1.5 หมื่นล้านบาท

เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2569 การแข่งขันหารายได้ค่า Fee จะมากขึ้น ทำให้โอกาสในการเติบโตส่วนนี้จะไม่สูงเมื่อเทียบกับอดีต โดยทิศทางค่า Fee ที่แบงก์จะมุ่งเน้นและสามารถขยายตัวได้ในปีนี้คือ นายหน้า บริการ ลงทุน บริการใหม่ที่เกี่ยวเนื่องธุรกิจ Wealth เช่น การดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) บริการหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออก (L/C) เนื่องจากยังได้รับอานิสงส์การเร่งการส่งออก (Front Loading) และบัตรเครดิต เป็นต้น

“หาก ธปท.เข้ามาดูและดึงค่าธรรมเนียมให้ตึงขึ้น ภายใต้ราคาที่เป็นธรรม น่าจะมีผลกระทบต่อรายได้ และโอกาสแบงก์แข่งขันหารายได้มากขึ้น ซึ่งท่ามกลางสินเชื่อชะลอตัว เศรษฐกิจไม่ได้ขยายตัวมากนัก ทำให้ทั้งปีการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมน่าจะทรงตัวเท่าปีก่อน หรือชะลอเล็กน้อย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์จ่อทบทวนค่าธรรมเนียม ขานรับนโยบายผู้ว่าการธปท.-เร่งหาจุดสมดุล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...