โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ศึกรอบ 3 เริ่มแล้ว!” ดร.ปณิธาน ถอดรหัสสัญญาณรบกัมพูชา ชี้ไทยต้องเลิกตั้งรับ-เปิดเกมรุกการเมืองสายตรง

The Structure

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 03.00 น. • The Structure

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงคุกรุ่นและเต็มไปด้วยการยั่วยุรายวัน ล่าสุด รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ได้ออกมาวิเคราะห์พฤติการณ์ของฝั่งกัมพูชา โดยชี้ให้เห็นถึง “สัญญาณเตือน” ของการปะทะรอบ 3 ที่กำลังก่อตัวขึ้น พร้อมเสนอแนะให้ไทยงัดกลยุทธ์ตั้งรับเชิงรุกแบบเด็ดขาด

1. ถอดรหัสยั่วยุ: เปลี่ยนวิทยุ-เผาป่า-เติมกำลัง

กัมพูชากำลังใช้ปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อข่มขวัญไทยอย่างเต็มรูปแบบ มีการเติมกำลังทหาร อาวุธ และเสบียงเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพล (ออกญา) เข้าไปแจกจ่ายเสบียงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้มวลชนฝั่งตนเอง

ที่น่าจับตาคือ “สัญญาณทางทหาร” ดร.ปณิธาน ระบุว่ากัมพูชาได้เปลี่ยนช่องความถี่สัญญาณวิทยุสื่อสารเพื่อไม่ให้ฝ่ายไทยดักฟังได้ ซึ่งตามหลักการทหาร นี่คือการส่งสัญญาณเตรียมพร้อมรบ

นอกจากนี้ การจุดไฟเผาป่าตะเข็บชายแดน ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นยุทธวิธี “สร้างม่านควัน” เพื่อพรางตา และกดดันเผาไล่ที่เจ้าหน้าที่ไทยให้ถอยร่นออกจากพื้นที่ทับซ้อน

“สงครามมันไม่ได้เกิดในสุญญากาศ มันไม่ใช่พอยิงกันแล้วถึงเรียกว่ารบ มันเตรียมมาตั้งนานแล้ว… สำหรับผมเนี่ย รบกันแล้วครับรอบที่ 3 แต่แค่ยังไม่รุนแรงเป็นสงครามร้อน”

2. รับมือแนวพรมแดน: รั้วอิเล็กทรอนิกส์ และ 3 เขตปลอดภัย

สำหรับมาตรการรับมือของกระทรวงกลาโหม ดร.ปณิธาน มองว่าการสร้างรั้วถาวรหรือรั้วอิเล็กทรอนิกส์ทำได้ในบางจุด แต่ต้องระวังงบประมาณบานปลาย และปัญหาการขโมยแผงโซลาร์เซลล์หรือกล้องวงจรปิด สิ่งที่สำคัญกว่าคือการใช้ “กำลังพล” เข้าไปลาดตระเวนสอดส่องพื้นที่เสี่ยง

พร้อมเสนอโมเดล “3 พื้นที่” เพื่อลดความตึงเครียด:

– พื้นที่ลาดตระเวนร่วม: 80% ของชายแดนที่ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ให้ลาดตระเวนร่วมกันต่อไป ไม่ต้องสร้างกำแพงกั้น

– พื้นที่ปลอดทหาร: ถอนกำลังรบออกจากจุดเสี่ยงปะทะ

– พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: พัฒนาพื้นที่ทับซ้อน (เช่น พระวิหาร) เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน ดีกว่าปล่อยให้เป็นชนวนสงครามหรือต้องไปจบที่ศาลโลก

3. ทะลวงกำแพงการทูต: เลิกห่วงมารยาท ต้องต่อสายตรงระดับผู้นำ

ปัญหาใหญ่ของไทยคือการต่อสู้ในเวทีโลกที่ยัง “ติดหล่มมารยาททางการทูต” ในขณะที่กัมพูชาเดินเกมรุกด้วยการสปินข่าว ปล่อยเฟกนิวส์ และวิ่งเต้นเข้าหาผู้นำมหาอำนาจ (เช่น การขอเข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์) เพื่อสร้างภาพว่าตนเองเป็นเหยื่อ

ดร.ปณิธาน เสนอว่า ฝ่ายการเมืองไทยต้องกล้าทะลุข้ามกรอบข้าราชการประจำ ไม่จำเป็นต้องรอใช้ล็อบบี้ยิสต์ราคาหลักร้อยล้าน แต่ให้ใช้เครือข่ายคอนเน็กชันส่วนตัวต่อสายตรงหาผู้นำระดับโลกเพื่อชี้แจงความจริงและเสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทน

“การทูตเขามีมารยาท เดี๋ยวจะทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่การเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่… ถ้าระดับผู้นำต่อสายตรงโทรหาประธานาธิบดีฝรั่งเศส บอกมีความลับกัมพูชาจะเล่าให้ฟัง รับรองไอ้ขนของฮุนเซน ฮุนมาเนต จะตั้งเป็นเส้นๆ กลัวเลย!”

บทสรุป

สมรภูมิรอบที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบของสงครามจิตวิทยาและโซเชียลมีเดีย หากรัฐบาลไทยยังคง “ตั้งรับ” และปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามรุกคืบยึดพื้นที่ข่าวสารในเวทีโลกต่อไป ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินตามแนวชายแดนอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในท้ายที่สุด

#TheStructure
#TheStructureNews
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ปณิธานวัฒนายากร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...