“ศึกรอบ 3 เริ่มแล้ว!” ดร.ปณิธาน ถอดรหัสสัญญาณรบกัมพูชา ชี้ไทยต้องเลิกตั้งรับ-เปิดเกมรุกการเมืองสายตรง
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงคุกรุ่นและเต็มไปด้วยการยั่วยุรายวัน ล่าสุด รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ได้ออกมาวิเคราะห์พฤติการณ์ของฝั่งกัมพูชา โดยชี้ให้เห็นถึง “สัญญาณเตือน” ของการปะทะรอบ 3 ที่กำลังก่อตัวขึ้น พร้อมเสนอแนะให้ไทยงัดกลยุทธ์ตั้งรับเชิงรุกแบบเด็ดขาด
1. ถอดรหัสยั่วยุ: เปลี่ยนวิทยุ-เผาป่า-เติมกำลัง
กัมพูชากำลังใช้ปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อข่มขวัญไทยอย่างเต็มรูปแบบ มีการเติมกำลังทหาร อาวุธ และเสบียงเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพล (ออกญา) เข้าไปแจกจ่ายเสบียงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้มวลชนฝั่งตนเอง
ที่น่าจับตาคือ “สัญญาณทางทหาร” ดร.ปณิธาน ระบุว่ากัมพูชาได้เปลี่ยนช่องความถี่สัญญาณวิทยุสื่อสารเพื่อไม่ให้ฝ่ายไทยดักฟังได้ ซึ่งตามหลักการทหาร นี่คือการส่งสัญญาณเตรียมพร้อมรบ
นอกจากนี้ การจุดไฟเผาป่าตะเข็บชายแดน ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นยุทธวิธี “สร้างม่านควัน” เพื่อพรางตา และกดดันเผาไล่ที่เจ้าหน้าที่ไทยให้ถอยร่นออกจากพื้นที่ทับซ้อน
“สงครามมันไม่ได้เกิดในสุญญากาศ มันไม่ใช่พอยิงกันแล้วถึงเรียกว่ารบ มันเตรียมมาตั้งนานแล้ว… สำหรับผมเนี่ย รบกันแล้วครับรอบที่ 3 แต่แค่ยังไม่รุนแรงเป็นสงครามร้อน”
—
2. รับมือแนวพรมแดน: รั้วอิเล็กทรอนิกส์ และ 3 เขตปลอดภัย
สำหรับมาตรการรับมือของกระทรวงกลาโหม ดร.ปณิธาน มองว่าการสร้างรั้วถาวรหรือรั้วอิเล็กทรอนิกส์ทำได้ในบางจุด แต่ต้องระวังงบประมาณบานปลาย และปัญหาการขโมยแผงโซลาร์เซลล์หรือกล้องวงจรปิด สิ่งที่สำคัญกว่าคือการใช้ “กำลังพล” เข้าไปลาดตระเวนสอดส่องพื้นที่เสี่ยง
พร้อมเสนอโมเดล “3 พื้นที่” เพื่อลดความตึงเครียด:
– พื้นที่ลาดตระเวนร่วม: 80% ของชายแดนที่ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ให้ลาดตระเวนร่วมกันต่อไป ไม่ต้องสร้างกำแพงกั้น
– พื้นที่ปลอดทหาร: ถอนกำลังรบออกจากจุดเสี่ยงปะทะ
– พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: พัฒนาพื้นที่ทับซ้อน (เช่น พระวิหาร) เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน ดีกว่าปล่อยให้เป็นชนวนสงครามหรือต้องไปจบที่ศาลโลก
—
3. ทะลวงกำแพงการทูต: เลิกห่วงมารยาท ต้องต่อสายตรงระดับผู้นำ
ปัญหาใหญ่ของไทยคือการต่อสู้ในเวทีโลกที่ยัง “ติดหล่มมารยาททางการทูต” ในขณะที่กัมพูชาเดินเกมรุกด้วยการสปินข่าว ปล่อยเฟกนิวส์ และวิ่งเต้นเข้าหาผู้นำมหาอำนาจ (เช่น การขอเข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์) เพื่อสร้างภาพว่าตนเองเป็นเหยื่อ
ดร.ปณิธาน เสนอว่า ฝ่ายการเมืองไทยต้องกล้าทะลุข้ามกรอบข้าราชการประจำ ไม่จำเป็นต้องรอใช้ล็อบบี้ยิสต์ราคาหลักร้อยล้าน แต่ให้ใช้เครือข่ายคอนเน็กชันส่วนตัวต่อสายตรงหาผู้นำระดับโลกเพื่อชี้แจงความจริงและเสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทน
“การทูตเขามีมารยาท เดี๋ยวจะทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่การเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่… ถ้าระดับผู้นำต่อสายตรงโทรหาประธานาธิบดีฝรั่งเศส บอกมีความลับกัมพูชาจะเล่าให้ฟัง รับรองไอ้ขนของฮุนเซน ฮุนมาเนต จะตั้งเป็นเส้นๆ กลัวเลย!”
บทสรุป
สมรภูมิรอบที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในรูปแบบของสงครามจิตวิทยาและโซเชียลมีเดีย หากรัฐบาลไทยยังคง “ตั้งรับ” และปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามรุกคืบยึดพื้นที่ข่าวสารในเวทีโลกต่อไป ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินตามแนวชายแดนอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในท้ายที่สุด
#TheStructure
#TheStructureNews
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ปณิธานวัฒนายากร