โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ณัฐพงษ์” ย้ำ “มีส้มไม่มีเทา” หลัง กธ. แซะแรง “ส้มอมดำ” เลือก “ท.” ได้ “ธ.” ยัน ปชน.ไม่เล่นเกมปะทะ

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 05.32 น.

“ณัฐพงษ์” ย้ำ “มีส้มไม่มีเทา” หลัง กธ. แซะแรง “ส้มอมดำ” เลือก “ท.” ได้ “ธ.” ยัน ปชน.ไม่เล่นเกมปะทะ ชี้ เปิดกว้างจับมือตั้งรัฐบาลหากชนะเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขวางตัวรัฐมนตรี ลั่น หากได้ตั้งรัฐบาล จะไม่ให้มีรัฐมนตรีสีเทา

วันที่ 27 ม.ค. 69 ที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาชนประกาศจุดยืนว่าจะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรมและพรรคสีเทา หลังศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ประกาศบนเวทีปราศรัยว่า “พรรคส้มอมดำ” ว่า คงไม่ได้ไปตอบโต้อะไรกับทางฝั่งนั้น เพราะตนเชื่อว่าสิ่งที่จะเป็นบทพิสูจน์ได้ดีที่สุดคือวันนึงที่เราเข้าสู่อำนาจแล้วเราจะจัดการอย่างไรกับคนที่มีประวัติสีเทาการค้ามนุษย์การค้ายา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับตนและพรรคประชาชนวันนึงถ้าเป็นรัฐบาลจะพิสูจน์ให้เห็นเอง

ส่วนกรณีที่พรรคกล้าธรรมบอกว่าหากเลือก ท. จะได้ ธ. หรือไม่ ตรงนี้มองอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า “ไม่อยากจะไปตอบโต้ประเด็นนั้น”

ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ในฐานะ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนเป็นสีขาวและพรรคไหนที่บอกว่าไม่เอาสีเทาก็จะจบที่ฝ่ายค้านนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอกไป คำว่า“ไม่มีสีเทา คือเจอเทาเราจัดการ” ดังนั้นอย่างที่บอกว่าให้รอดูตอนตั้งรัฐบาล เพราะตนตั้งหลักการไว้หลายข้อถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างน้อยที่สุดรัฐมนตรีที่มีมีประวัติสีเทาเราไม่สามารถยอมรับได้ และถ้าเข้าสู่อำนาจแล้วไปทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องหรือการทุจริตคอรัปชั่นต่างๆเราก็พร้อมที่จะเปลี่ยนออก เพราะฉะนั้นในข้อตอบโต้ทางการเมืองที่บอกว่าเลือกคนนี้ได้คนนั้น ก็ อยากให้เราพิสูจน์และให้ประชาชนตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้งและวันหนึ่งที่เราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะพิสูจน์ให้ดู

"เท้ง" นำทัพ ปชน. ถก “สภาอุตสาหกรรม” หารือแนวนโยบาย เชื่อ โจทย์ปากท้องสำคัญสุด เสนออุดรูรั่วเศรษฐกิจ 100 วันแรก ปราบสินค้าเถื่อน กระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้น เดินหน้าหวยใบเสร็จ-คืน VAT สร้างแต้มต่อผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง ชี้ ปัญหาคอรัปชันคือปัจจัยหลัก

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล , นายเซีย จำปาทอง และนายพูนศักดิ์ จันทร์จําปี ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เข้าพบนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยนายเกรียงไกร กล่าวว่า เราได้มีการแลกเปลี่ยนกับทางนายณัฐพงษ์และทีมบริหารของพรรคประชาชน ในเรื่องนโยบายทางด้านเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ที่เราเผชิญอยู่ เรามีความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีขั้นตอนและปัญหาอุปสรรคมากมายที่เรารออยู่

ซึ่งเราก็อยากฟังว่าแนวทางของพรรคประชาชนในกรณีที่ หากภายหลังการเลือกตั้งจะได้มาเป็นผู้บริหารประเทศจะมีแนวทาง และวิธีการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการเราไปต่อได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ เพราะวันนี้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การแข่งขันภายนอกที่มากมาย ซึ่งเราควบคุมไม่ได้แต่ภายในที่เราควบคุมได้จะทำอย่างไร

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความเชื่อมั่น คือเราอยากให้ความเชื่อมั่นว่าต่อไปหากเราในอนาคตหากเราได้เข้าไปบริหารประเทศเราจะมีเวทีพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา เคยเห็นปัญหารอบด้านไม่ทิ้งช่วงแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงานกฎหมายอากาศสะอาด ภาคเอกชนเองก็อาจมีข้อห่วงใยบางประการ วันนี้ตนมาในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่อยากมายืนยันว่าพรรคประชาชนเราไม่ได้มีแนวทาง ทำนโยบายหวังคะแนนเสียงระยะสั้น แต่เรามองโจทย์ระยะยาวที่เป็นทางออกของประเทศสิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินนโยบายที่รักษาสมดุลอย่างรอบด้าน

โดยเชื่อว่าสภาอุตสาหกรรมหรือไม่ว่าใครก็ตาม ทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายเพื่อหาทางออกและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้จริง การมาพูดคุยกันจะได้จะทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกันหากได้ทำงานร่วมกันในอนาคต

นอกจากนี้ยังคุยกันเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งมีการสะท้อนปัญหานี้ในห้องประชุม ปัญหาของภาคเอกชนหลายอย่างที่เจอ ครึ่งหนึ่งมีรากเหง้ามาจากการทุจริตคอรัปชั่น ถ้าเรามีเจตจำนงที่ชัดเจน การเข้าสู่อำนาจของเราไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่จะเข้าไปดำเนินนโยบายเพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคให้กับภาคเอกชนได้

ส่วนหากได้เป็นรัฐบาล 100 วันแรกจะผลักดันเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่ในห้องประชุมได้เสนอทั้ง 100 วันแรก 1ปีแรก และภายใน 4 ปี โจทย์ระยะสั้นภายใน 100 วันแรกได้มีการนำเสนออุดรูรั่วในระบบเศรษฐกิจ เช่น การปราบปรามสินค้าเถื่อนราคาถูกที่ทะลักเข้ามาจากต่างประเทศ รวมถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

โดยตัวแทนของสภาอุตสาหกรรม ก็อยากให้ดำเนินนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้ทำต่อ อย่ามองเป็นเรื่องทางการเมือง ยกเลิกนโยบายอะไรที่ดีกับประชาชน อย่างคนละครึ่งเราก็ทำต่อแต่เราเพิ่มเติมหวยใบเสร็จเข้าไป ที่เราเชื่อว่ามีความสำคัญที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยมากที่สุด

นอกจากนี้ยังดูในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เรายังมีนโยบาย ส่งเสริมผู้ประกอบการใครที่เข้ามาสู่ระบบภาษีผ่านนโยบายหวยใบเสร็จเราเพิ่มเพดาน Vat ให้ มีคูปองคืน Vat ให้ กับผู้ประกอบการที่ทำดีแล้วได้มากขึ้น หน้าที่รัฐบาลคือสร้างแต้มต่อให้กับคนที่ทำความถูกต้องในประเทศนี้ หากใครทำให้ถูกต้องก็ต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ทั้งนี้นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้จะเป็นประโยชน์มาก เรามีความเข้าใจในหลายเรื่องและมุมมองที่จะช่วยกันเสริม ซึ่งเรามองภาพเดียวกันและทิศทางการขับเคลื่อนเหมือนกัน

"เท้ง" เชื่อ “หมอสุภัทร” ไม่มีเจตนาทุจริต ชวนคนไทยดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ชี้ หน้างานปฏิบัติตามระเบียบราชการไม่ทันต่อสถานการณ์มั่นใจ “หมอสุภัทร-แพทย์ชนบท” มีเจตนาช่วยเหลือปชช. ปัดตอบ เป็นเกมการเมืองฝั่งตรงข้าม ขอให้คนไทยใช้สายตาสอดส่องดู

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ถูกมติที่ประชุมที่ประชุม อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.) ปลดให้ออกจากราชการ ว่า ส่วนตัวตน ขอยืนยันว่า มาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองเป็นจุดยืนของพรรคประชาชนที่ต้องอยู่สูงกว่ากฎหมาย และพรรคประชาชนมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้น สำหรับกรณีของนพ.สุภัทร ตนก็อยากจะชวนทุกคนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเราก็เห็นชัดแล้วว่า นพ.สุภัทรเป็นแกนนำนายแพทย์ชนบทที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพช่วงโควิด-19

ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง เราก็เห็นกันอยู่ว่า เหตุการณ์หน้างานการปฏิบัติจัดปฏิบัติตามระเบียบราชการอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด โควิด-19 และไม่สามารถดูได้ว่าจะต้องต้องใช้ ATK ปริมาณเท่าไหร่ ในเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดเฉพาะหน้า ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสิ่งหนึ่งของคนที่อาสาจะมาทำงานเป็นตัวแทนของประชาชนคือความกล้าหาญไม่ต้องมานั่งกลัวเรื่องระเบียบจัดซื้อจัดจ้างว่า ณ ตอนนั้นเป็นอย่างไร จนทำให้มีอุปสรรคติดขัดไปทั้งหมดและไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงอยากให้ทุกคนมองด้วยความเป็นธรรมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับนพ.สุภัทรเป็นไปด้วยเหตุผลเบื้องหลังอะไร หากคิดว่า สิ่งที่นพ.สุภัทรเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต ณ ตอนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ระเบียบอาจจะเปิดช่องให้นำมาสู่การกลั่นแกล้งกัน ตนก็อยากให้ช่วยกันดูว่าการทำหน้าที่ที่ผ่านมาของนพ.สุภัทรใช้ช่องทางที่ตนเองมีจนประชาชนได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่กลับมาต้องรับผิด

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเมือง เพราะเกิดในช่วงการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างเข้มข้นเป็นการสกัดหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเองก็อยู่ในสถานะที่วันนึงหากผลสอบออกมาแล้วจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อจัดการคนภายใน ตนก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเช่นกัน จึงขอสงวนความเห็นว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ แต่ย้ำว่า หลักการใช้อำนาจจะต้องมีความกล้าหาญ และสามารถพูดกับนพ.สุภัทรได้เลยเพราะ ครั้งหนึ่งตนก็เคยทำงานกับหน่วยแพทย์ ชนบท และเข้าไปตรวจ ATK ให้กับประชาชนในพื้นที่ของตนเองที่วัดม่วง เขตบางแค ถึง 5,000 คน ก็ถือว่าช่วยปัญหาได้เยอะ ตนจึงมั่นใจว่า ณ ตอนนั้นสิ่งที่นพ.สุภัทร และแพทย์ชนบททำ มีเจตนาที่อยากจะช่วยเหลือประชาชน ส่วนจะถูกจะผิดในรายละเอียด หรือมีความตั้งใจในการทุจริตหรือไม่นั้น ส่วนตัวลึกๆของตนเองไม่เชื่อ แต่การกันแกล้งทางการเมืองหรือไม่ วันนี้ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนใช้สายตาสอดส่องดูแล

ส่วนได้ให้กำลังใจนพ.สุภัทรอย่างไรนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวตนเชื่อว่า นพ.สุภัทรไม่ได้เสียสมาธิ และเป็นคนที่ทำงานหนักมาโดยตลอด วันนี้ยังคงหาเสียงในพื้นที่อย่างเต็มที่ คงได้พรรครวมถึงตนเองก็เข้าใจดี และตนก็ขอเรียกร้องทุกคนดูกระบวนการที่เหลือ และคงไม่อยากเห็นคนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานช่วยเหลือประชาชนหนีความกล้าหาญพยายามใช้อำนาจที่มีตามระเบียบราชการทุกอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่กลับถูกนำมากลั่นแกล้งกัน

ส่วนประเด็นที่นพ.สุภัทร บอกว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการสกัดขาของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนจะยังสามารถร่วมกับพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ย้ำว่า จุดยืนในการร่วมรัฐบาลเคยพูดไปแล้ว ว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกพรรคภูมิใจไทยได้ ส่วนโจทย์ที่เหลือของพรรคประชาชนเราจำเป็นจะต้องได้เสียงที่มากพอเพื่อที่จะตั้งรัฐบาล เพื่อกำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอ เราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ หรือหากใครมีประวัติสีเทาเราสั่งให้ออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นจุดยืนที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว

"เท้ง" คาดหวังแทน ปชช. หลัง รมต.แรงงานเตรียมถกปัญหา สปส. ยัน ปชน.เดินหน้า-ผลักดันมานานแล้ว ฟาด สูทขรก. เงินผู้ประกันตนคือน้ำพักน้ำแรงแรงงาน ไม่ควรถูกใช้เอื้อประโยชน์คนบางกลุ่ม

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะมีการเรียกประชุมเกี่ยวกับเรื่องประกันสังคม คาดหวังว่าจะมีการตรวจสอบหรือไม่ ว่า ต้องรอดู แต่เรื่องประกันสังคมเราไม่ได้พึ่งมาผลักดันกันในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เราผลักดันกันมานานแล้ว ทั้งเรื่องบำนาญสูตร Care ที่ไปตั้งอยู่บนโต๊ะของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติได้แต่ทำไมถึงไม่ผ่านสักที ซึ่งยืนยันว่าหากเราเป็นรัฐบาล เราพร้อมที่จะเดินหน้าบำนาญสูตรCare ทันที

ส่วนอีกหลายประเด็น เราก็ผลักดันมาก่อนหน้านี้ทั้งเรื่องความโปร่งใสการตรวจสอบงบประมาณที่ใช้จ่ายที่ผ่านมาก็นำเข้ากรรมาธิการหลายครั้ง หากถามว่าคาดหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้หรือไม่ ก็คาดหวังแทนประชาชน แต่ยืนยันว่าหากจะทำก็สามารถทำได้ก่อนหน้านี้นานแล้วเหมือนกัน

เมื่อถามว่าการที่ สปส. นำเงินผู้ประกันตนไปตัดสูทให้กับข้าราชการมองอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ในสายตาประชาชน สิ่งที่ผู้ประกันตนอยากเห็นคือการใช้เงิน ในกองทุนที่ผู้ประกันตนทุกคนสมทบทุนเข้ามา ซึ่งเป็นน้ำพักน้ำแรงของผู้ใช้แรงงานทุกคนให้เกิดประโยชน์กับแรงงานทุกคนมากที่สุด ไม่ได้อยากเห็นเงินถูกนำไปใช้เพื่อให้ประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม ซึ่งตนไม่ได้กล่าวหาทั้งหมด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานบางอย่างก็จำเป็นแต่โจทย์ที่สำคัญมากกว่าคือมันคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายเหล่านั้นหรือไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...