โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“การเมืองสามเส้า” อำนาจจอมพล ป. ถดถอย ก่อน “เลือกตั้งสกปรก” พ.ศ. 2500

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 12.06 น.
จอมพล ป. พิบูลสงคราม (กลาง) พ.ศ. 2496

การเลือกตั้งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 คือการเลือกตั้งสกปรกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ดังมีหลักฐานเป็นเอกสารคำฟ้องของพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้น ที่กล่าวหาว่าฝ่ายรัฐบาลนำโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับพรรคเสรีมนังคศิลาใช้สารพัดวิธี โกงการเลือกตั้งเพื่อจะกลับมามีอำนาจบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง

สถานการณ์ทางการเมือง และอำนาจที่ถดถอยของจอมพล ป. คือปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการเกิด “ขั้วอำนาจ” ใหม่ ซึ่งโดดเด่นขึ้นมาภายใต้รัฐบาลของท่านเอง

“การเมืองสามเส้า” ก่อนเลือกตั้งสกปรก พ.ศ. 2500

หลังรัฐประหาร พ.ศ. 2490 โดยจอมพล ผิน ชุณหะวัณ ได้ดึงจอมพล ป. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง การกลับมาเป็นผู้นำประเทศรอบที่ 2 แตกต่างจากตอนเป็นนายกรัฐมนตรีรอบแรกในช่วง พ.ศ. 2481-2487 เพราะจอมพล ป. เป็นเหมือน “ดาวฤกษ์” เข้ามาในฐานะผู้บัญชาการทหารบก แล้วเลื่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในสงครามอินโดจีน ในยุคนั้นถือได้ว่าท่านทั้งมีความสามารถ และความเป็นผู้นำไม่ได้ด้อยกว่าใคร

แต่พอมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่สอง จอมพล ป. กลายเป็น “ดาวเคราะห์” ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง เพราะมีคณะรัฐประหารให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทั้งกลุ่มการเมืองอื่น ๆ ก็พยายามแข่งขันอำนาจกับท่านด้วย

สำหรับขั้วอำนาจใหม่เติบโตขึ้นมา ขั้วหนึ่งคือ พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ผู้บัญชาการทหารบก และรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงกลาโหม กับอีกขั้วคือ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์อธิบดีกรมตำรวจ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ดังนั้น สภาพการเมืองไทยก่อนเลือกตั้ง พ.ศ. 2500 จึงเป็นการเมืองแบบ “สามเส้า” มี 3 กลุ่มอำนาจ โดยจอมพล ป. พยายามคานอำนาจกับทั้งสองกลุ่ม พร้อมกับหาวิธีดึงหรือเพิ่มอำนาจให้ตัวเองด้วย

ประมาณ พ.ศ. 2498 จอมพล ป. ได้เดินทางรอบโลกจากคำเชิญของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา การเดินทางในครั้งนั้นส่วนหนึ่งมาจากความอึดอัดใจเกี่ยวกับปัญหาทางการเมืองไทยที่ท่านไม่สามารถตัดสินใจทำอะไรได้ตามต้องการ เพราะรัฐมนตรีที่ร่วมในคณะรัฐบาลหลายคนคือคณะรัฐประหารที่มีบุญคุณสนับสนุนให้กลับมามีอำนาจ ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่ก็อยู่ใต้อำนาจของพลตำรวจเอกเผ่า

เมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว จอมพล ป. พยายามสร้างบรรยากาศการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เช่น อนุญาตให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ คือเปิดให้ผู้แทนหนังสือพิมพ์เข้าพบ และสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือบุคคลสำคัญที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มากในสมัยนั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม แสดงความคิดเห็นทางการเมือง และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในที่สาธารณะ หรือที่เรียกว่า “ไฮค์ปาร์ค” ซึ่งเอาแบบอย่างมาจากอังกฤษ และที่สำคัญคือ มีการยกร่างพิจารณา และตราพระราชบัญญัติพรรคการเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก โดยประกาศใช้ในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2498

นับแต่นั้นมาประเทศไทยเลยมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมายหลายพรรค เริ่มจากพรรคการเมืองพรรคแรกคือ พรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. ต่อมาก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีหัวหน้าพรรคคือ นายควง อภัยวงศ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักกับพรรคเสรีมนังคศิลาของฝ่ายรัฐบาล อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งสกปรก 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500

เกิดอะไรขึ้นบ้างในการเลือกตั้งครั้งนั้น ที่ว่า “โกงเลือกตั้ง” โกงกันยังไง แล้วสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไรต่อ? เจาะลึกได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY ผ่าการเมืองเบื้องหลัง ‘เลือกตั้งสกปรก’ พ.ศ. 2500”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “การเมืองสามเส้า” อำนาจจอมพล ป. ถดถอย ก่อน “เลือกตั้งสกปรก” พ.ศ. 2500

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...