โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ถ้าพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นผลดีกับหุ้นตัวไหนบ้าง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. เวลา 15.21 น.

หุ้นไทยหลังเลือกตั้ง นักวิเคราะห์เปิดหุ้นรับประโยชน์นโยบายเศรษฐกิจ"พรรคภูมิใจไทย" หลังชนะที่ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 8 ก.พ. เวลาประมาณ 22.00 น. บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยรับรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งล่าสุด

จากรายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ (วันที่ 8 ก.พ. 2569 เวลา 21.13 น. นับแล้ว 13%) พบว่าพรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง โดยคาดได้จำนวน ส.ส. รวม 198 คน (แบ่งเป็น สส. เขต 178 คน และ สส. บัญชีรายชื่อ 20 คน) ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ตามด้วยพรรคประชาชนที่ 97 คน (70+27) และพรรคเพื่อไทยที่ 86 คน (67+19)

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่าฉากทัศน์นี้จะส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพทางการเมืองมาก เพราะมีโอกาสเกิดการรวมตัวของขั้วอำนาจเดิมที่พลิกจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเป็นไปตามไทมไลน์ที่ กกต. วางไว้ (กกต. ใช้เวลาอนุมัติ 30 วันและเปิดสภาอีก 15 วัน นั่นคือช่วงกลาง เม.ย. 2569)

“ประเมินว่านโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เบื้องต้นจะสร้างผลกระทบต่อ GDP ที่ +0.50% โดยเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและการลงทุนผ่านเมกะโปรเจกต์ต่อเนื่องจากรัฐบาลเดิม เช่น Landbridge, Smart City เป็นต้น ”

ขณะที่ระยะสั้นมองตลาดหุ้นไทยมีโอกาสตอบสนองเชิงบวก (Bullish) เพราะชอบความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วและความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย โดยประเมิน SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1400 ทั้งนี้ระยะถัดไปมอง Fund Flow จะไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลใหม่จะสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนได้เพียงใด

กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไรหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ

  • กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC)
  • กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA)
  • กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE)
  • กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU)
  • กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN)
  • กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW)

บล.พาย มองมีความเป็นไปได้สูงค่อนข้างมากที่พรรคภูมิใจไทยจะชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับแรกและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ได้เคยหาเสียงไว้ประกอบไปด้วย (ที่เกี่ยวกับตลาดหุ้น) คนละครึ่งพลัส ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท

และคาดว่าภายใต้กระทรวงการคลังจะอยู่ภายในการดูแลของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส (Quick big win) ที่มักจะชูโรงกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านคนละครึ่งดีกับหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC CPAXT CPALL) เครื่องดื่ม (ICHI OSP CBG) รวมไปถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่ม Non bank (MTC SAWAD TIDLOR)

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นที่ของ คุณศุภจี ที่เน้นเปิดตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะดีกับหุ้นในกลุ่มส่งออก (ITC TU)

ณ ข้อมูลช่วง 20.44 นับคะแนนไปแล้ว 16% ภูมิใจไทยครองเสียงมากถึง 200 เสียง (คิดเป็น 40% ของจำนวนเสียงในสภา) ต้องการอีกเพียง 50 เสียงก็จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้ไม่ยาก ต้องถือว่าเสียงของรัฐบาลแข็งแกร่งและมีอำนาจค่อนข้างเต็มในการเดินนโยบาย (คาดว่าตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวกจากความแข็งแกร่งของรัฐบาล)

บล.ซีจีเอสฯ คาดดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นแรงหลังพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ดันดัชนีมีลุ้น 1,400 จุดในปีนี้

โบรกเกอร์รายนี้ยังระบุว่าชัยชนะที่ชัดเจนสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน เนื่องจากจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลราบรื่นและนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง

“คาดว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) จะไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย หลังความเสี่ยงทางการเมืองลดลง”

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มที่เชื่อมโยงกับพรรคแกนนำ (เช่น STEC, PTG) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...