โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วงวิชาการหนุนไทย-กัมพูชาฟื้นกลไกการทูต-ร่วมปราบสแกมเมอร์

NATIONTV

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 18.32 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 01.29 น.

มหาวิทยาลัยการต่างประเทศจีน (China Foreign Affairs University – CFAU) ได้จัดการประชุมเชิงโต๊ะกลมแบบ Track II ระหว่างจีน-กัมพูชา-ไทย ที่กรุงปักกิ่ง โดยผู้เชี่ยวชาญจาก 3 ประเทศ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ หลังเกิดความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย เพื่อให้การสนับสนุนเชิงปัญญาในการดำเนินการตาม “ฉันทามติฝู่เซียน” และฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งภายในงานดังกล่าวมีนายหวัง ชือติ้ง เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนของ CFAU และนายเกา เฟย ประธานมหาวิทยาลัย CFAU เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ ปลายปีที่ผ่านมา ความตึงเครียดได้ปะทุขึ้นอีกครั้งบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย ระหว่างวันที่ 28–29 ธันวาคม 2025 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและหัวหน้าหน่วยงานทหารของจีน กัมพูชา และไทย ได้จัดการประชุมร่วมกันที่ทะเลสาบฝู่เซียน มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน และบรรลุฉันทามติร่วมกัน 5 ข้อ เพื่อเสริมสร้างการหยุดยิงและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย

อย่างไรก็ตาม การนำฉันทามตินี้ไปสู่การปฏิบัติจริงยังคงเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะความเข้าใจซึ่งกันและกันและความไว้วางใจระหว่างกัมพูชากับไทยยังคงเปราะบาง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ CFAU จึงได้จัดเวทีการทูตแบบ Track II ขึ้น โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย เพื่อหารือประเด็นต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งการระงับข้อพิพาท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และความมั่นคงทางทหาร

ศาสตราจารย์ซุน จื้อเซิง รองอธิการบดี CFAU ผู้รับผิดชอบด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคเอเชีย ได้ระบุเป้าหมายหลักของการประชุม 3 ประการในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร China Report ASEAN ดังนี้:

1. ส่งเสริมสันติภาพระดับภูมิภาค โดยผลักดันการลงมือปฏิบัติจริงตามฉันทามติทางการเมือง

2. ใช้ประโยชน์จากลักษณะไม่เป็นทางการและความยืดหยุ่นของการทูตแบบ Track II เพื่อส่งเสริมความเข้าใจร่วมกัน ชี้แจงจุดยืน และสร้างความไว้วางใจระหว่างทุกฝ่าย

3. รวมรวมองค์ความรู้เชิงวิชาการ เพื่อให้การสนับสนุนเชิงปัญญาต่อการดำเนินการตามฉันทามติ

ศาสตราจารย์ซุน กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การรักษาการหยุดยิงเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงมิติพื้นฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน ได้แก่ การศึกษา สื่อ ความสัมพันธ์ระดับประชาชน และการดำรงชีวิตของชุมชนบริเวณชายแดน “ประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้าม แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรากฐานทางสังคมของความสัมพันธ์ทวิภาคี สันติภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยความเข้าใจและการไว้วางใจที่แท้จริงระหว่างประชาชนด้วยกัน”

ผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่ายเห็นพ้องตรงกันว่า แม้ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยจะลดลงชั่วคราว แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง และความมั่นคงยังพึ่งพาการยับยั้งชั่งใจทางการเมืองและการสนับสนุนจากสถาบันภายนอกเป็นหลัก สันติภาพยังไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง พวกเขาชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่เกี่ยวข้องกันหลายประการ ได้แก่ ข้อพิพาทเรื่องดินแดนในอดีตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ความแตกต่างทางกฎหมาย กลไกการหยุดยิงที่อ่อนแอ วงจรการเมืองภายในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากชาตินิยมและข้อมูลเท็จ

ในการประชุม ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติหลายประการ เช่น การค่อย ๆ กลับมาดำเนินการแลกเปลี่ยนทวิภาคีในทุกระดับ การฟื้นฟูช่องทางการสื่อสารทางการทูต การใช้กลไกความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง (Lancang-Mekong Cooperation) เป็นเวทีสนทนา และการเสริมสร้างความร่วมมือร่วมกันในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนและผลประโยชน์ระดับภูมิภาค

นักวิชาการจากกัมพูชาและไทยชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการส่งเสริมการเจรจาและการปรองดองระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และแสดงความหวังว่าจีนจะยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ทั้งในการรักษาการหยุดยิง การสนับสนุนด้านมนุษยธรรม และการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ศาสตราจารย์ซุน กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการทูตเฉพาะทาง CFAU ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาภูมิภาคเอเชียมาอย่างยาวนาน โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระดับชาติของจีนสำหรับทั้ง “เครือข่ายสถาบันวิจัยเอเชียตะวันออก” (Network of East Asian Think Tanks) และ “เครือข่ายสถาบันวิจัยจีน-อาเซียน” (China-ASEAN Think Tank Network) มหาวิทยาลัยมีเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่กว้างขวางทั่วภูมิภาค จึงมีทั้งอำนาจเชิงสถาบันและประสบการณ์เชิงปฏิบัติที่จำเป็นต่อการจัดเวทีการทูตแบบ Track II ด้วยเครือข่ายวิชาการอันยาวนานและกลไกการทำงานที่มั่นคง CFAU จึงสามารถรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสามประเทศมาร่วมการประชุมนี้ได้อย่างสำเร็จ

ในอนาคต CFAU จะเดินหน้าส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรมกับสถาบันวิจัยจากประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนจะดำเนินการวิจัยร่วมกันในประเด็นสำคัญ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือด้านการพัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนความร่วมมือเชิงปฏิบัติ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยจะเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างประเทศผ่านความร่วมมือกับสถาบันที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกำหนดความคิดเห็นสาธารณะระดับภูมิภาค และส่งเสริมแนวคิดร่วมกันว่า "สันติภาพและความมั่นคงคือรากฐานของการพัฒนาของเอเชีย" ความริเริ่มเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังบรรยากาศเชิงบวกที่เอื้อต่อสันติภาพอันยั่งยืนและความมั่งคั่งร่วมกันในภูมิภาค

การประชุมครั้งนี้นับเป็นความพยายามครั้งแรกของสถาบันจีนในการจัดเวที Track II โดยเฉพาะเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย นักวิชาการได้เรียกร้องให้จัดตั้งกลไกการแลกเปลี่ยนเช่นนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การสนับสนุนเชิงปัญญาอย่างต่อเนื่อง และสร้างเส้นทางที่เป็นรูปธรรมสู่สันติภาพในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...