โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องเทรนด์ไอเทมใช้จ่ายหน้าร้อน รับช่วงเทศกาลสงกรานต์ 67

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 13.06 น.

ส่องเทรนด์ไอเทมใช้จ่ายหน้าร้อน รับช่วงเทศกาลสงกรานต์ 67

หากพูดถึงเดือนเมษายน แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องนึกถึง คงหนีไม่พ้นการก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนที่แสนระอุอย่างเต็มตัว วันนี้เราจึงชวนทุกคนมาส่องเทรนด์ไอเทมใช้จ่ายหน้าร้อน รับช่วงเทศกาลสงกรานต์ 67 ที่ทางThe 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShareเผยเทรนด์ผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดลิสต์สินค้าคลายร้อนที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยนี้มาฝากกันค่ะ

The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยเทรนด์ผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดลิสต์สินค้าคลายร้อนที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยประจำปี2567 พร้อมชี้เศรษฐกิจภาพรวมคึกคักโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ดันยอดการใช้จ่ายเติบโต 2 เท่าตัว สูงสุดใน 5 จังหวัดหัวเมืองสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต ระยอง อุดรธานี จันทบุรี และชลบุรี

เนื่องจากพฤติกรรมชาวไทยกว่า 60% แห่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ-กลับภูมิลำเนาตามธรรมเนียมช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทย วางแผนใช้จ่ายโดยประมาณ 9,000-18,000 บาทต่อคน พร้อมยังเผยตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ชาวจีนกลับมาขึ้นแท่นอันดับ 1 แซงมาเลเซีย

ข้อมูลจาก The 1 Insight เผยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นในช่วงวันที่ 1-15 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในช่วงสงกรานต์ในทุกๆ ปี ได้แก่ 1. กระเป๋ากันน้ำ +260% 2. พัดลม +250% 3. เครื่องปรับอากาศ +230% 4. เสื้อลายดอก +110% 5. น้ำแข็ง +70% 6. ไอศกรีม +60% 7. แป้งทาตัว +50% 8. ครีมกันแดด +40% 9. ยาดม +30% 10. น้ำยาเปลี่ยนสีผม +20%

จะเห็นได้ว่าสินค้าที่ยอดขายเติบโตได้ดี มีทั้งสินค้าจำเป็น ช่วยคลายร้อนในช่วงเดือนเมษายนที่อุณหภูมิสูงสุดในช่วงปี และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฉลองเทศกาลสงกรานต์

ด้าน CRC VoiceShare ยังเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่าคนไทยกว่า 60% มีแผนที่จะเดินทางในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา โดยนิยมไปเที่ยวทะเลเป็นอันดับหนึ่ง จังหวัดยอดนิยมได้แก่ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต โดยส่วนใหญ่วางแผนเดินทางช่วงก่อนสงกรานต์จนถึงช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน และมักเดินทางในช่วงสงกรานต์เป็นประจำทุกปี

สำหรับส่วนของค่าใช้จ่ายโดยรวมอยู่ระหว่างช่วง 9,000 -18,000 บาท แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

1. ค่าเดินทาง 5,000-10,000 บาท โดยส่วนใหญ่ 72% เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว 15% เดินทางโดยขนส่งสาธารณะ และ 13% เดินทางโดยเครื่องบิน

2. ค่าที่พัก 1,000-3,000 บาท

3. ค่ากิน-เที่ยว 3,000-5,000

ส่วนคนไทยอีก 30% ที่เลือกพำนักอยู่ที่อยู่อาศัยในจังหวัดเดิม มักมีกิจกรรมหลักๆ คือการใช้เวลากับครอบครัว เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า เยี่ยมเยียนและรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมี 10% วางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยกว่าครึ่งตั้งเป้าไปประเทศญี่ปุ่น ตามมาด้วยประเทศอื่นๆ ในเอเชีย อาทิ จีน ไต้หวัน เวียดนาม

โดยฐานข้อมูล The 1 ยังบ่งชี้ถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวในปี 2566 ภาพรวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 200% ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 และมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอีกในปี 2567 นี้

ซึ่ง 3 ประเทศที่ใช้จ่ายสูงสุดได้แก่ จีน มาเลเซีย และรัสเซีย โดยการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 10 เท่า ในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 และมีแนวโน้มเติบโตแตะระดับก่อนเหตุการณ์โควิด-19 เนื่องด้วยนโยบายวีซ่าฟรี ไทย-จีน ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ CRC VoiceShareยังได้เผยผลสำรวจความเห็นผู้บริโภคในหัวข้อ "เมื่อนึกถึงสงกรานต์ คนแต่ละช่วงวัยนึกถึงอะไร" โดย Gen Z นึกถึง "การเล่นน้ำ" ด้วยความเป็นวัยรักสนุกที่เพิ่งพ้นผ่านช่วงวัยรุ่นมาไม่นาน Gen Y นึกถึง "วันหยุดเทศกาล" สะท้อนความต้องการ Work-Life Balance เพื่อผ่อนคลายจากการทำงาน Gen X นึกถึง "วันขึ้นปีใหม่" เรียกได้ว่าเป็นโอกาสรวมญาติครั้งสำคัญแห่งปีสำหรับช่วงวัยที่ให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวอบอุ่น ส่วน Baby Boomers นึกถึง "การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่" สะท้อนการให้คุณค่าของผู้สูงวัยต่อธรรมเนียมปฏิบัติของเทศกาลสงกรานต์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...