“หุ้นเวียดนาม” สะดุ้ง “ตะวันออกกลาง” จังหวะดี “ทยอยสะสมเพิ่ม”... ชี้ “พื้นฐานแกร่ง-ราคาถูก” ยังมี “กองหุ้นเวียดนาม” 28% ผลงานปีนี้ “ติดลบ” !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงานกลุ่ม “กองทุนหุ้นเวียดนาม” กันบ้าง หลังจาก “ตลาดหุ้นเวียดนาม” (VN30) ดิ่งร่วงลงมาในช่วงเดือนเม.ย. จากระดับ 1,300 จุด ลงมากว่า -8% มาอยู่ที่ระดับ 1,200 จุด ในปัจจุบัน
เป็นอาการ “สะดุ้ง” ความตึงเครียดใน “ตะวันออกกลาง” ในช่วงที่ผ่านมาด้วยบางส่วนผสมโรงกับปัจจัยในประเทศเอง อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปี “หุ้นเวียดนาม” ก็ยังบวกได้กว่า +6%
และทำให้ผลงานของ “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ยังโชว์ฟอร์มได้ดีเฉลี่ย +4.83% แต่ก็ยังมีถึง 28% ที่ผลตอบแทนยัง “ติดลบ” อยู่เช่นกัน
และแม้จะบวกขึ้นมาแล้ว แต่ “หุ้นเวียดนาม” ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” มี Forward P/E 12M เพียง 10.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปี ที่ 12.7 เท่า ที่สำคัญยังถูกกว่า “ตลาดหุ้นไทย” ที่มี Forward P/E 12Mที่ 13.6 เท่า อีกด้วย (ที่มา: Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 19 เม.ย. 24)“กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่มีผลงานดีสุดและแย่สุด 5 อันดับปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทาง ‘ทีมงาน Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
ส่อง 5 "กองทุนหุ้นเวียดนาม" ฟอร์มแจ่มผลงานสุดปัง ปีนี้บวกเฉลี่ย +11.37%…“PRINCIPAL VNEQ-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +13.16%
แม้ปีนี้ “หุ้นเวียดนาม” จะบวกขึ้นมาแล้ว +6% แต่ผลงานของกลุ่ม “กองทุนหุ้นเวียดนาม” เองก็ค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง 43 กอง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ -3.52% ถึง +13.94% หรือเฉลี่ย +4.83% โดยมี 20 กอง คิดเป็น 47% ที่ชนะค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และอีก 23 กอง คิดเป็น 53% ที่แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เรียกว่าชนะกับแพ้เกือบจะครึ่งๆ เลยทีเดียว
ในจำนวนนี้มีอยู่ 12 กอง คิดเป็น 28% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่ และมีอยู่ 13 กอง คิดเป็น 30% ที่สามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่า 10% ดังนั้น “การเลือกกองทุนหุ้นเวียดนาม” ก็มีส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อผลตอบแทนการลงทุนของคุณด้วยเช่นเดียวกัน
สำหรับ 5 “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน และเลือกกองชนิดทั่วไป) สามารถทำผลตอบแทนได้สูงกว่า 10% ทุกกอง หรือเฉลี่ย +11.37% เลยทีเดียว นำมาโดย
1.“PRINCIPAL VNEQ-A” ของบลจ.พรินซิเพิล +13.16%
2.“K-VIETNAM” ของบลจ.กสิกรไทย +11.75%
3.“KKP VGF-UI” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +11.01%
4.“B-VIETNAM” ของบลจ.บัวหลวง +10.72%
5.“ASP-VIET” ของบลจ.แอสเซท พลัส +10.23%
เปิด 5 "กองทุนหุ้นเวียดนาม" ฟอร์มตก ปีนี้ยังติดลบเฉลี่ย -1.16%…“KFVIET-A” ร่วงสุด -3.52%
ส่วน 5 “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่ยังมีผลงาน “ติดลบ” อยู่ท้ายตารางนั้น (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน และเลือกกองชนิดทั่วไป) ยังติดลบเล็กน้อย เฉลี่ย -1.16% เท่านั้น นำมาโดย
1.“KFVIET-A” ของบลจ.กรุงศรี -3.52%
2.“LHVN-A” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ -1.40%
3.“KWI VIETNAM” ของบลจ.เคดับบลิวไอ -0.45%
4.“UVO” ของบลจ.ยูโอบี -0.41%
5.“ONE-VIETNAM-RA” ของบลจ.วรรณ -0.04%
“หุ้นเวียดนาม” ร่วงจากปัจจัย “ตะวันออกกลาง” เป็นหลัก…แนะเป็นจังหวะ “ทยอยสะสม” ได้ เหตุพื้นฐานยังแข็งแกร่ง
การปรับตัวลงของ “หุ้นเวียดนาม” ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทาง “บลจ.พรินซิเพิล” มองว่า เป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก คือ สงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ทำให้นักลงทุนย้ายเงินลงทุนจากสินทรัพย์เวียดนามไปที่ Safe Haven ต่าง ๆ เช่น ทองคำ หรือ สกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น ดังนั้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับตัวลงรุนแรงโดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่และกลุ่มประเทศชายขอบที่ค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นเวียดนามช่วงที่ผ่านมาจึงเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก
“แต่ก็มีปัจจัยภายในเองด้วยเช่นกัน ซึ่งเกิดความผันผวนจากสถานการณ์ทางการเมือง ผู้นำสูงสุดของการเมืองเวียดนาม คือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันคือ ‘เหงียน ฟู้ จ่อง’ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานมากแล้ว ปัจจุบันมีอายุมากถึง 80 ปีและมีปัญหาด้านสุขภาพ คาดการณ์อนาคตอันใกล้อาจมีการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนใหม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดหุ้นเวียดนามมีการรับรู้ (Price in) เรื่องเสถียรภาพทางการเมืองทั้งหมดไปแล้ว”
ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคของเวียดนามนั้นยังคงแข็งแกร่งโดยเฉพาะการส่งออกที่ฟื้นตัวแรง ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมามากขึ้นโดยมีโอกาสทำ New high ได้ในปี 2024 และตัวเลข FDI ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณเงินทุนสำรองของเวียดนามเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยค่าเงินดองที่อ่อนลงนั้นส่งผลให้ทุนสำรองน้อยลง แต่หากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ หรือมีข่าวพัฒนาการด้านสงครามที่ดีขึ้น ค่าเงินดองและสกุลเงินอื่นๆ ก็มีแนวโน้มผันผวนน้อยลงและแข็งค่าขึ้นได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะทำให้มีเสถียรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้หากค่าเงินดองอ่อนค่าลงต่อเนื่องก็จะส่งผลให้ความกังวลต่อระบบการเงินของเวียดนามเพิ่มมากขึ้นและอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามเกิดความผันผวนได้เช่นกัน
“ความผันผวนทางการเมืองในประเทศเวียดนาม และภาวะสงครามที่เกิดในตะวันออกกลางนั้นคาดว่าไม่ส่งผลต่อ Timeline เรื่องการอัพเกรดเวียดนามให้ขึ้นจากการเป็น ‘Frontier Markets’ สู่ ‘Emerging Markets’ โดยในอนาคตอันใกล้ที่แนวโน้มที่จะเริ่มใช้ระบบการเทรดใหม่เพื่อรองรับการ Upgrade ครั้งนี้ แนะนำว่าเป็นจังหวะที่ดีในการสะสมเพิ่ม โดยยังมีเป้าของ VN Index ที่ 1,130 จุด (Base Case) และมี Best Case ที่ระดับ 1,400 จุด เช่นเดิม”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน