โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นเวียดนาม” สะดุ้ง “ตะวันออกกลาง” จังหวะดี “ทยอยสะสมเพิ่ม”... ชี้ “พื้นฐานแกร่ง-ราคาถูก” ยังมี “กองหุ้นเวียดนาม” 28% ผลงานปีนี้ “ติดลบ” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2567 เวลา 11.07 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงานกลุ่ม “กองทุนหุ้นเวียดนาม” กันบ้าง หลังจาก “ตลาดหุ้นเวียดนาม” (VN30) ดิ่งร่วงลงมาในช่วงเดือนเม.ย. จากระดับ 1,300 จุด ลงมากว่า -8% มาอยู่ที่ระดับ 1,200 จุด ในปัจจุบัน
เป็นอาการ “สะดุ้ง” ความตึงเครียดใน “ตะวันออกกลาง” ในช่วงที่ผ่านมาด้วยบางส่วนผสมโรงกับปัจจัยในประเทศเอง อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปี “หุ้นเวียดนาม” ก็ยังบวกได้กว่า +6%
และทำให้ผลงานของ “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ยังโชว์ฟอร์มได้ดีเฉลี่ย +4.83% แต่ก็ยังมีถึง 28% ที่ผลตอบแทนยัง “ติดลบ” อยู่เช่นกัน
และแม้จะบวกขึ้นมาแล้ว แต่ “หุ้นเวียดนาม” ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” มี Forward P/E 12M เพียง 10.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปี ที่ 12.7 เท่า ที่สำคัญยังถูกกว่า “ตลาดหุ้นไทย” ที่มี Forward P/E 12Mที่ 13.6 เท่า อีกด้วย (ที่มา: Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 19 เม.ย. 24)“กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่มีผลงานดีสุดและแย่สุด 5 อันดับปีนี้ มีกองอะไรบ้างนั้น ทาง ‘ทีมงาน Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

ส่อง 5 "กองทุนหุ้นเวียดนาม" ฟอร์มแจ่มผลงานสุดปัง ปีนี้บวกเฉลี่ย +11.37%PRINCIPAL VNEQ-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +13.16%

แม้ปีนี้ “หุ้นเวียดนาม” จะบวกขึ้นมาแล้ว +6% แต่ผลงานของกลุ่ม “กองทุนหุ้นเวียดนาม” เองก็ค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง 43 กอง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ -3.52% ถึง +13.94% หรือเฉลี่ย +4.83% โดยมี 20 กอง คิดเป็น 47% ที่ชนะค่าเฉลี่ยของกลุ่ม และอีก 23 กอง คิดเป็น 53% ที่แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เรียกว่าชนะกับแพ้เกือบจะครึ่งๆ เลยทีเดียว
ในจำนวนนี้มีอยู่ 12 กอง คิดเป็น 28% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่ และมีอยู่ 13 กอง คิดเป็น 30% ที่สามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่า 10% ดังนั้น “การเลือกกองทุนหุ้นเวียดนาม” ก็มีส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อผลตอบแทนการลงทุนของคุณด้วยเช่นเดียวกัน
สำหรับ 5 “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน และเลือกกองชนิดทั่วไป) สามารถทำผลตอบแทนได้สูงกว่า 10% ทุกกอง หรือเฉลี่ย +11.37% เลยทีเดียว นำมาโดย

1.“PRINCIPAL VNEQ-A” ของบลจ.พรินซิเพิล +13.16%
2.“K-VIETNAM” ของบลจ.กสิกรไทย +11.75%
3.“KKP VGF-UI” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +11.01%
4.“B-VIETNAM” ของบลจ.บัวหลวง +10.72%
5.“ASP-VIET” ของบลจ.แอสเซท พลัส +10.23%

เปิด 5 "กองทุนหุ้นเวียดนาม" ฟอร์มตก ปีนี้ยังติดลบเฉลี่ย -1.16%KFVIET-A” ร่วงสุด -3.52%

ส่วน 5 “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่ยังมีผลงาน “ติดลบ” อยู่ท้ายตารางนั้น (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน และเลือกกองชนิดทั่วไป) ยังติดลบเล็กน้อย เฉลี่ย -1.16% เท่านั้น นำมาโดย

1.“KFVIET-A” ของบลจ.กรุงศรี -3.52%
2.“LHVN-A” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ -1.40%
3.“KWI VIETNAM” ของบลจ.เคดับบลิวไอ -0.45%
4.“UVO” ของบลจ.ยูโอบี -0.41%
5.“ONE-VIETNAM-RA” ของบลจ.วรรณ -0.04%

“หุ้นเวียดนาม” ร่วงจากปัจจัย “ตะวันออกกลาง” เป็นหลัก…แนะเป็นจังหวะ “ทยอยสะสม” ได้ เหตุพื้นฐานยังแข็งแกร่ง

การปรับตัวลงของ “หุ้นเวียดนาม” ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทาง “บลจ.พรินซิเพิล” มองว่า เป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก คือ สงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ทำให้นักลงทุนย้ายเงินลงทุนจากสินทรัพย์เวียดนามไปที่ Safe Haven ต่าง ๆ เช่น ทองคำ หรือ สกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น ดังนั้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับตัวลงรุนแรงโดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่และกลุ่มประเทศชายขอบที่ค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นเวียดนามช่วงที่ผ่านมาจึงเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก
“แต่ก็มีปัจจัยภายในเองด้วยเช่นกัน ซึ่งเกิดความผันผวนจากสถานการณ์ทางการเมือง ผู้นำสูงสุดของการเมืองเวียดนาม คือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันคือ ‘เหงียน ฟู้ จ่อง’ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานมากแล้ว ปัจจุบันมีอายุมากถึง 80 ปีและมีปัญหาด้านสุขภาพ คาดการณ์อนาคตอันใกล้อาจมีการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนใหม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดหุ้นเวียดนามมีการรับรู้ (Price in) เรื่องเสถียรภาพทางการเมืองทั้งหมดไปแล้ว”
ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคของเวียดนามนั้นยังคงแข็งแกร่งโดยเฉพาะการส่งออกที่ฟื้นตัวแรง ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมามากขึ้นโดยมีโอกาสทำ New high ได้ในปี 2024 และตัวเลข FDI ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณเงินทุนสำรองของเวียดนามเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยค่าเงินดองที่อ่อนลงนั้นส่งผลให้ทุนสำรองน้อยลง แต่หากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ หรือมีข่าวพัฒนาการด้านสงครามที่ดีขึ้น ค่าเงินดองและสกุลเงินอื่นๆ ก็มีแนวโน้มผันผวนน้อยลงและแข็งค่าขึ้นได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะทำให้มีเสถียรภาพทางการเงินเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้หากค่าเงินดองอ่อนค่าลงต่อเนื่องก็จะส่งผลให้ความกังวลต่อระบบการเงินของเวียดนามเพิ่มมากขึ้นและอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามเกิดความผันผวนได้เช่นกัน
“ความผันผวนทางการเมืองในประเทศเวียดนาม และภาวะสงครามที่เกิดในตะวันออกกลางนั้นคาดว่าไม่ส่งผลต่อ Timeline เรื่องการอัพเกรดเวียดนามให้ขึ้นจากการเป็น Frontier Markets’ สู่ Emerging Markets’ โดยในอนาคตอันใกล้ที่แนวโน้มที่จะเริ่มใช้ระบบการเทรดใหม่เพื่อรองรับการ Upgrade ครั้งนี้ แนะนำว่าเป็นจังหวะที่ดีในการสะสมเพิ่ม โดยยังมีเป้าของ VN Index ที่ 1,130 จุด (Base Case) และมี Best Case ที่ระดับ 1,400 จุด เช่นเดิม”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...