'สุดารัตน์' จับมือ 'สุรเกียรติ์' เสวนาทางออกภาคธุรกิจรับมือดิสรัปชัน
'สุดารัตน์' จับมือ 'สุรเกียรติ์' เสวนาทางออกภาคธุรกิจรับมือดิสรัปชัน ชี้ รัฐควรเร่งแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ระบุ ปี 85 คนไทยจะเหลือเพียง 33 ล้านคน
วันที่ 24 เม.ย. 2567 ที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ พร้อมด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานหลักสูตร MISSION WE และ ดร. สันติธาร เสถียรไทย FUTURE ECONOMY ADVISOR สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และคณะกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ร่วมเสวนาค้นหาทางออกของภาคธุรกิจในการรับมือดิสรัปชัน (Disruption) 3 ประเภท ที่ทุกองค์กรไม่เตรียมพร้อม "ไม่ได้" ในหัวข้อ 'The next chapter’ เจาะลึกบทบาทใหม่ของโลกใบเดิม
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า ดิสรัปชันทั้ง 4 เรื่อง มีปฏิสัมพันธ์กัน ยกตัวอย่างกองทัพกระเหรี่ยงตอนนี้ ที่มีการแตกออกเป็น 4 กลุ่ม โดยเมื่อวานนี้รัฐบาลเมียนมาได้เจรจาทำนองว่าอยากให้เมียวดีเป็นเซฟโซนเศรษฐกิจของเมียนมา ทำให้กะเหรียงบางส่วนกลับไปดูแลทหารเมียนมาอีกครั้ง มองทะลุได้ถึงเรื่อง politic และ economy
ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงประเด็นสังคมว่า ต้องยอมรับว่าขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า หรือเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ จะอยู่ตรงไหนของมุมโลกก็แล้วแต่ ล้วนกระทบเราทั้งหมด และไม่เพียงแต่กระทบทางอ้อม แต่กระทบโดยตรง
ในเรื่องของสังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 66 ล้านคน มีผู้สูงอายุ 19 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่เห็นภาครัฐออกมาตื่นตัวในเรื่องการแก้ปัญหา ที่ถือว่าจำนวนมากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน คือ เป็นอันดับ 2 เมื่อจะมีคนมาลงทุนกับประเทศไทย พอเห็นตัวเลขผู้สูงอายุ ก็ทำให้ต้องคิดใหม่กันเยอะ โดย พ.ศ 2585 เราจะเหลือคนไทย 33 ล้านคน คือครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้รัฐบาลและนายกฯ ควรลงทุนระยะยาวแก้ปัญหาเรื่องนี้ รวมถึงอัตราการเกิดของประเทศไทยก็ต่ำมาต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา มีเด็กเกิดใหม่ 5 แสนคน หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ภายในปี 2585 เราจะเหลือคนไทยแค่ครึ่งเดียวของประเทศ ประชากรนอกจากน้อยแล้ว ยังด้อยคุณภาพ
ดังนั้น เราจะขับเคลื่อนอะไรก็แล้วแต่ จะต้องให้เด็กมีสวัสดิการตั้งแต่ในครรภ์ ยัน 6 ขวบ รัฐบาลต้องให้สวัสดิการคนจนที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่ดีต่อไอคิว และเด็กจะมีไอคิวเพิ่มขึ้นเอง ด้านการศึกษาปัจจุบันจะต้องสอนให้เด็กไทยแข่งกับเอไอ นำเข้าคนเก่ง และแรงงานเข้ามาในประเทศ
ส่วนภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัล disruption จะกระทบเศรษฐกิจประเทศอย่างไรบ้าง และต้องรับมืออย่างไรนั้น สันติธาร กล่าวว่า มี 4 มิติโลกที่ดุดันขึ้น คือ geopolitics ดุดัน ทั้งเรื่องเทรด การท่องเที่ยว / competition ดุดัน เรื่องการค้าขายกับประเทศอื่นๆ / climate ดุดัน / ai ดุดัน อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจทำให้กระทบเศรษฐกิจหลายอย่าง แต่ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาประเทศได้