เป็น “ผู้หญิง” มันเหนื่อย ไม่มีประเทศไหนให้ความเท่าเทียม ทั้งโอกาส-ค่าจ้าง-กฎหมาย
“ไม่มีประเทศใดให้โอกาสที่เท่าเทียมสำหรับผู้หญิง แม้แต่บรรดาประเทศที่ร่ำรวยที่สุดก็ตาม”
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ซึ่งเป็นวัน “สตรีสากล” (International Women’s Day) วนมาถึง หนึ่งในเรื่องที่ทั่วโลกหยิบยกมาพูดถึงตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็คือเรื่อง “ความไม่เท่าเทียมทางเพศ”
ถึงแม้จะมีความพยายามผลักดันการลดความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศชายกับเพศหญิงมานาน แต่สิทธิของผู้หญิงก็ยังคงไม่เท่าเทียมผู้ชายในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งที่จะชวนผู้อ่านมาโฟกัสในวันสตรีสากลปีนี้ คือ ความไม่เท่าเทียมด้านโอกาสในอาชีพการงาน และความไม่เท่าเทียมด้านค่าตอบแทน
ทั่วโลกไม่มีความเท่าเทียมทั้งโอกาสการทำงานและค่าจ้าง
รายงาน “ผู้หญิง ธุรกิจ และกฎหมาย 2024” (Women, Business, and the Law 2024) ของธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ช่องว่างระหว่างเพศในอาชีพการงานกว้างกว่าที่คาดคิดไว้ ผู้หญิงต้องเผชิญอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดแรงงานทั่วโลก และต้องเผชิญอุปสรรคในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองทั้งสำหรับตนเอง ครอบครัว และชุมชน
คำกล่าวที่ว่า “ไม่มีประเทศใดให้โอกาสที่เท่าเทียมสำหรับผู้หญิง แม้แต่บรรดาประเทศที่ร่ำรวยที่สุดก็ตาม” ในย่อหน้าแรก ก็มาจากรายงานฉบับนี้
ในด้านค่าจ้าง รายงานนี้เผยว่า ผู้หญิงได้รับเพียง 77 เซ็นต์ต่อทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ผู้ชายได้รับ กล่าวคือ ผู้หญิงได้รับค่าจ้างคิดเป็น 77% ของค่าจ้างที่ผู้ชายซึ่งอยู่ในตำแหน่งงานเดียวกันได้รับ
โอกาสในทำงานก็มีความเหลื่อมล้ำอย่างน่าตกใจ อย่างเช่น ใน 62 ประเทศ/ดินแดน “อายุเกษียณ” ของผู้ชายและผู้หญิงไม่เท่ากัน คือ ผู้หญิงเกษียณเร็วกว่าผู้ชาย
เมื่อรวมปัจจัยต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทั้งการที่ผู้หญิงมีแนวโน้มอายุยืนกว่าผู้ชาย ในขณะทำงานผู้หญิงก็ได้รับค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชาย ผู้หญิงต้องลางานเมื่อมีลูก และต้องเกษียณเร็วกว่าผู้ชาย ผู้หญิงจึงได้รับสิทธิประโยชน์เงินบำนาญน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเงินมากกว่าผู้ชาย
นอกจากนั้น ผู้หญิงยังเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจด้านอื่นด้วย อย่างเช่น ในการเป็นผู้ประกอบการผู้หญิงก็มีโอกาสน้อยกว่าผู้ชาย เนื่องจากมีเพียง 1 ใน 5 ของ 190 ประเทศที่กำหนดเกณฑ์ให้ผู้หญิงเข้าถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ หมายความว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกตัดขาดจากโอกาสทางเศรษฐกิจในภาคส่วนนี้ที่มีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ข้อมูลความไม่เท่าเทียมในการจ่ายค่าจ้างตามรายงานของเวิลด์แบงก์ สอดคล้องกับข้อมูลแหล่งอื่น ๆ อย่างในสหรัฐอเมริกา มีข้อมูลจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร American Association of Woodturners ที่ระบุว่า ในปี 2023 โดยเฉลี่ยผู้หญิงในสหรัฐมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย 16% หรือ ผู้หญิงมีรายได้เพียง 84% ของรายได้ของผู้ชาย
แม้ว่าถ้าพิจารณาพัฒนาการในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ช่องว่างทางรายได้ของผู้หญิงและผู้ชายในสหรัฐแคบลงไปบ้างแล้วก็จริง แต่องค์กรวิจัยและสนับสนุนนโยบายสาธารณะ Center for American Progress คาดว่า ความพยายามปิดช่องว่างระหว่างเพศในด้านค่าจ้าง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมของค่าจ้างในสหรัฐอเมริกา จะยังไม่สำเร็จจนกว่าจะถึงปี 2056 (พ.ศ. 2599)
ส่วนในสหภาพยุโรป (EU) ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า เมื่อปี 2022 โดยเฉลี่ยผู้หญิงมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย 12.7%
ในประเทศที่เป็น “โลกที่หนึ่ง” สุด ๆ อย่างสวิตเซอร์แลนด์ รายได้ของผู้หญิงน้อยกว่าผู้ชายถึง 17.9% ซึ่งเป็นประเทศที่ช่องว่างห่างกันมากเป็นอันดับต้น ๆ ของยุโรป
นอกจากนั้น ในยุโรปยังมีปัญหาที่ผู้หญิงไม่ค่อยมีโอกาสขึ้นถึงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ในยุโรปมีซีอีโอบริษัทเป็นผู้หญิงในสัดส่วน 1 ใน 10 เท่านั้น อีกทั้งในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงด้วยกัน เพศชายกับเพศหญิงก็ได้รับรายได้ต่างกันมาก ทำให้อาชีพ “ผู้บริหารธุรกิจ” (ระดับผู้จัดการขึ้นไป) เป็นอาชีพที่ผู้ชายกับผู้หญิงมีรายได้ต่อชั่วโมงต่างกันมากที่สุดในสหภาพยุโรป คือ ผู้บริหารผู้หญิงมีรายได้น้อยกว่าผู้บริหารชายถึง 23%
ความคุ้มครองทางกฎหมายและการสนับสนุนทางสังคมก็ยังห่างไกล
ในแง่ความคุ้มครองทางกฎหมายที่เกี่ยวกับความปลอดภัยจากความรุนแรง และการเข้าถึงการบริการดูแลเด็ก จากการสำรวจของธนาคารโลกใน 190 ประเทศทั่วโลก พบว่า ผู้หญิงมีสิทธิเพียง 64% ของที่ผู้ชายมี
ซึ่งปัญหาเรื่องความปลอดภัยและความ (ไม่) สามารถเข้าถึงการดูแลเด็ก ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อความสามารถในการทำงานของผู้หญิง เพราะความรุนแรงอาจทำให้ผู้หญิงไม่สามารถไปทำงานได้ และเมื่อไม่มีเงินก็ไม่สามารถจ่ายค่าบริการดูแลเด็กได้ เมื่อต้องเลี้ยงดูลูกเอง ก็ทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้ เป็นวงจรปัญหาที่แก้ไม่ตก
การเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบริการดูแลเด็กมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกำลังแรงงานได้ประมาณ 1% ในช่วงแรก ๆ และจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายใน 5 ปี แต่ในปัจจุบัน มีเพียง 78 ประเทศ (น้อยกว่าครึ่ง) ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือภาษีแก่ผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก และมีเพียง 62 ประเทศเท่านั้น (น้อยกว่า 1 ใน 3) ที่มีสถานบริการดูแลเด็กที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่งช่วยให้ผู้หญิงที่มีลูกไม่ต้องคิดกังวลเมื่อต้องไปทำงานแล้วฝากลูกไว้ให้สถานบริการดูแล
ธนาคารโลกชี้ความเท่าเทียมจะเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ
ธนาคารโลกกล่าวในรายงานอีกว่า การขจัดอุปสรรคทางเพศจะปลดล็อกผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ลดความยากจน และเพิ่มความสามัคคีในสังคม ที่สำคัญ การปิดช่องว่างระหว่างเพศในการจ้างงานอาจจะช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per capita) ในระยะยาวได้เกือบ 20%
“ผู้หญิงมีพลังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่กำลังปั่นป่วน แต่กฎหมายและแนวปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติทั่วโลกขัดขวางไม่ให้ผู้หญิงทำงานหรือเริ่มต้นธุรกิจอย่างเท่าเทียมกับผู้ชาย การปิดช่องว่างนี้อาจเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทั่วโลกได้มากกว่า 20% ซึ่งเพิ่มอัตราการเติบโตทั่วโลกเป็นสองเท่าในทศวรรษหน้า” อินเดอร์มิต กิลล์ (Indermit Gill) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มธนาคารโลก และรองประธานอาวุโสฝ่ายเศรษฐศาสตร์การพัฒนาของธนาคารโลกกล่าว
ความพยายามลดช่องว่างทั่วโลกยังน้อย ต้องเร่งเปลี่ยนแปลง
จากการสำรวจของธนาคารโลกใน 190 ประเทศ/ดินแดนทั่วโลกถึงความพยายามในการลดช่องว่างต่าง ๆ ระหว่างเพศ พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในประเทศต่าง ๆ มีการใช้ระบบเพื่อลดช่องว่างระหว่างเพศอย่างจริงจังไม่ถึง 40%
ยกตัวอย่างเช่น มี 98 ประเทศที่ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้หญิงได้รับค่าตอบแทนเท่ากันกับผู้ชายสำหรับงานตำแหน่งเดียวกันที่สร้างมูลค่าเท่ากัน แต่ก็มีเพียง 35 ประเทศ (น้อยกว่า 1 ใน 5 ) เท่านั้นที่ใช้มาตรการที่มีความโปร่งใสในการจ่ายเงิน หรือมีกลไกการบังคับใช้เพื่อแก้ไขช่องว่างของค่าจ้างระหว่างเพศ
ที ทรัมบิก (Tea Trumbic) หัวหน้าคณะผู้จัดทำรายงาน “ผู้หญิง ธุรกิจ และกฎหมาย 2024” กล่าวว่า เป็นเรื่องเร่งด่วนกว่าที่เคยในการเร่งปฏิรูปกฎหมายและออกนโยบายสาธารณะที่ให้เสริมสร้างพลังแก่ผู้หญิงในการทำงาน การเริ่มต้นและขยายธุรกิจ
เธอกล่าวอีกว่า ผู้หญิงเกือบครึ่งหนึ่งมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานทั่วโลก การเพิ่มการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของผู้หญิงเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มเสียงและอำนาจในการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพวกเธอเอง ประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะกีดกันประชากรครึ่งหนึ่งของตนได้
“เราต้องการการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อเร่งให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ ความเท่าเทียมกันในโอกาสสำหรับทุกคนเป็นเรื่องของความเป็นธรรมและความยุติธรรม มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนา ผู้หญิงและเด็กหญิงมักจะเสี่ยงต่อความยากจน วิกฤตการณ์ต่าง ๆ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า ความเสมอภาคทางเพศและการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของผู้หญิง ทั้งในชุมชน ในธุรกิจ ในที่ทำงาน และในครัวเรือน ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความเป็นอยู่ที่ดีและความเจริญรุ่งเรือง” ธนาคารโลกกล่าวในรายงาน
- 5 สตรีทรงอิทธิพลในวงการเทคโนโลยีไทย
- วันสตรีสากล พรูเด็นเชียล เปิดมุมมอง 2 ผู้บริหารหญิง ย้ำความเท่าเทียม
- กว่าความเหลื่อมล้ำจะหายไป อีก 200 ปี หญิง-ชายจึงจะเท่ากัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เป็น “ผู้หญิง” มันเหนื่อย ไม่มีประเทศไหนให้ความเท่าเทียม ทั้งโอกาส-ค่าจ้าง-กฎหมาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net