โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรโอ-โคเกอร์เล่านาทีด่าเอริคส์สัน เพราะคิดว่าโดนโทรแกล้ง

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

ไนเจล เรโอ-โคเกอร์ อดีตกองกลางเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และแอสตัน วิลลา เปิดเผยเรื่องราวสุดเหลือเชื่อในปี 2006 เมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จาก สเวน-โกรัน เอริคส์สัน เพื่อแจ้งข่าวติดทีมชาติอังกฤษชุดสแตนด์บายลุยฟุตบอลโลก แต่เจ้าตัวกลับคิดว่าเป็นสายโทรศัพท์แกล้งกัน ตามรายงานจาก GiveMeSport

เรโอ-โคเกอร์ เล่าในพอดแคสต์ Let's Be Having You ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังซ้อม โดยปลายสายบอกว่าเป็น เอริคส์สัน และแจ้งว่าเขามีชื่ออยู่ในทีมสแตนด์บายของอังกฤษสำหรับฟุตบอลโลก

เจ้าตัวเผยว่า “ผมรับสาย ตอนนั้นเป็นช่วงที่ สเวน-โกรัน เอริคส์สัน ขอให้พระเจ้าคุ้มครองเขา เขาโทรหาผมหลังซ้อม แล้วผมบอกให้เขาไปให้พ้น เพราะคิดว่ามีคนโทรมาแกล้ง”

อดีตกองกลางรายนี้เล่าต่อว่า “มีคนบอกว่า ‘ไนเจล นี่สเวนนะ แค่อยากบอกว่าคุณอยู่ในทีมสแตนด์บายฟุตบอลโลก’ ผมตอบไปว่า ‘นี่ใครวะ ไปให้พ้น เลิกเล่นได้แล้ว’ แล้วผมก็วางสาย จากนั้นเขาโทรมาอีกครั้งและพูดแบบเดิม ผมเลยแบบว่า ‘จริงเหรอเนี่ย ว้าว!’”

ในช่วงต้นอาชีพ เรโอ-โคเกอร์ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในข่ายทีมชาติอังกฤษ เขาลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีภายใต้การคุมทีมของ เดวิด แพลตต์ 21 นัด และเคยเป็นกัปตันทีมในศึกชิงแชมป์ยุโรป แต่สุดท้ายเขาไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่

เดือนเดียวกันนั้น สมาคมฟุตบอลอังกฤษยืนยันว่า เรโอ-โคเกอร์ ถูกแทนที่โดย ฟิล เนวิลล์ หลังมีปัญหาบาดเจ็บหลังจนหมดสิทธิ์ลุ้นไปฟุตบอลโลก ต่อมาในปี 2010 เขาปฏิเสธโอกาสติดทีมชาติเซียร์ราลีโอน เพราะยังหวังว่าสักวันจะได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ

หลังย้ายออกจากแอสตัน วิลลา เส้นทางอาชีพของเขาค่อยๆ หลุดจากสปอตไลต์ ผ่านทั้งโบลตัน วันเดอเรอร์ส, อิปสวิช ทาวน์ และหลายสโมสรใน MLS ก่อนมีช่วงสั้นๆ กับ MK Dons ในปี 2018 แต่ไม่ได้ลงสนามเลย และแขวนสตั๊ดในวัย 33 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...