ฝ่ายค้านยื่นศาล รธน. ตีความ พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน “ยัดไส้-ไม่เร่งด่วน”
วันนี้ที่รัฐสภา อุณหภูมิการเมืองร้อนระอุไม่แพ้แดดภายนอก เมื่อ "พรรคร่วมฝ่ายค้าน" นำโดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ผนึกกำลังยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
นี่คือการชิงไหวชิงพริบครั้งสำคัญก่อนถึงเดดไลน์พิจารณาในสภาวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ โดยฝ่ายค้านชูประเด็นหลัก คือ การกู้เงินครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 เพราะ "สอดไส้" โครงการที่ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะงบปรับโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ที่ถูกมองว่า รัฐบาลกำลังใช้ "เงินเยียวยาประชาชน" มาเป็นตัวประกัน
“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และ “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า การยื่นครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 173 เพื่อตรวจสอบเจตนาของรัฐบาล เนื่องจากงบ 2 แสนล้านบาทในการปรับโครงสร้างพลังงาน สามารถทำผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณปกติได้ ไม่จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบให้เสียวินัยการคลัง
ขณะที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในฐานะรุ่นเก๋าทางการเมือง จากพรรคค่ายสีฟ้า ลุกขึ้นมาสำลักข้อเท็จจริงด้วยตัวเลข โดยเปรียบเทียบว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่จะออก พ.ร.ก. กู้เงินได้นั้น ต้องรุนแรงระดับ "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" เช่น ยุคต้มยำกุ้งที่เงินทุนสำรองเกลี้ยง หรือยุคโควิดที่กิจกรรมเศรษฐกิจหยุดชะงัก
แต่ข้อมูลจากแบงก์ชาติ ณ สิ้นเดือนมีนาคม กลับระบุว่า ทั้งการส่งออก การลงทุน และการบริโภคของไทยยังเป็น "บวก" จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลอ้างนั้น อยู่ที่ตรงไหน? ทั้งนี้ เราไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจดี เรารู้ว่าเศรษฐกิจมีปัญหา แต่มันไม่ได้เข้าเงื่อนไขความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามกฎหมาย และการเยียวยาประชาชนมีวิธีอื่นที่ประหยัดและโปร่งใสกว่านี้เยอะ"
ด้าน “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำชัดว่า คำร้องนี้ถูกเขียนมาอย่างรัดกุม โดยขอให้ศาลวินิจฉัย "แยกส่วน" คือ ให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะงบพลังงาน 2 แสนล้านบาทที่ไม่มีความเร่งด่วน ส่วนงบเยียวยาประชาชนอีก 2 แสนล้านบาท ฝ่ายค้านไม่ได้ขวาง
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเตรียมเสนอตั้ง กมธ. วิสามัญขึ้นมาตรวจสอบการใช้เงินครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาล "ตีเช็คเปล่า" โดยระบุว่า หากรัฐบาลโปร่งใสจริง ก็ไม่ควรโหวตคว่ำ กมธ. ชุดนี้
ทันทีที่ฝ่ายค้านขยับ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ออกมาตอกกลับด้วยวาทะจี้ใจสุดๆ โดยมองว่า การวิจารณ์ของฝ่ายค้าน คือ มุมมองของคนที่ "ไม่เคยทำงานมาก่อน"
นายกฯ ยืนยันว่า เจตนารมณ์ของ พ.ร.ก. นี้ คือ การช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นและเยียวยาประชาชนให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีที่ถูกแซะว่ากู้ 4 แสนล้าน แต่ใช้กระดาษเพียง 5 แผ่น นายกฯ สวนกลับทันทีว่า "นั่นแหละคือประสิทธิภาพ" เพราะนี่คือความต่างของคนทำงานเป็นกับคนที่ยังไม่เคยทำงาน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา ประสบการณ์ทุกคนมีหมด แต่อย่าเอามาข่มหรือมาเปรียบเทียบกัน
บทสรุปในวันนี้ “โสภณ ซารัมย์”ประธานสภาฯ ยืนยัน จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร็วที่สุดภายใน 3 วัน ดังนั้น ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินกู้ แต่คือเดิมพันเรื่องวินัยการเงินการคลังและความเป็นมืออาชีพในการบริหารประเทศที่ประชาชนกำลังเป็นผู้ตัดสิน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews