AWC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% ทำสถิติสูงสุดใหม่
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #AWC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% ทำสถิติสูงสุดใหม่
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) AWC เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 จากพอร์ตโรงแรมและคอมเมอร์เชียลที่ขยายตัวแข็งแกร่ง ส่งผลให้กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเสริมศักยภาพการเติบโตระยะยาว และสนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
บริษัทมีรายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล ซึ่งสามารถขยาย BU EBITDA ได้ต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้รวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% จากปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) อยู่ที่ 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากการเติบโตของพอร์ตโรงแรมคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการต่อยอดประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว
ผลการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจากโรงแรมเดิม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี RevPAR เติบโต 26% จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ขณะที่กลุ่มรีสอร์ตลักชัวรีในจังหวัดกระบี่และเกาะสมุยยังรักษาการเติบโตได้แข็งแกร่ง
โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย สามารถสร้าง ADR สูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ของบริษัททำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,230 บาทต่อคืน
นอกจากนี้ บริษัทเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย, โรงแรม จูบิลี่ เพรสทีจ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา
โดยพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา มีอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 74% ขณะที่โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย มีอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 83% ในไตรมาส 1/2569 พร้อม RevPAR ที่เติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาสนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ
AWC ยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้พอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากปีก่อน
แรงหนุนสำคัญมาจาก “เอ-ญ่า รูฟท็อป แอท ดิ เอ็มไพร์” ที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารและไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ
ด้านกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากปีก่อน และมี BU EBITDA อยู่ที่ 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9%
หากไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รายได้ของกลุ่มคอมเมอร์เชียลจะเติบโต 16.3% สู่ระดับ 1,175 ล้านบาท และ BU EBITDA เติบโต 15.0% สู่ 781 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตที่แท้จริงของทั้งศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือโครงการ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” ที่ยังสร้างการเติบโตต่อเนื่องจากโมเดล Lifestyle Destination โดยรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 15% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 21%
อัตราการเช่าพื้นที่ของเอเชียทีคเพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 81% ค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5% และทราฟฟิกผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% จากความสำเร็จของโครงการ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus
ในส่วนของกลุ่มศูนย์การค้าโดยรวม BU EBITDA เติบโต 35% จากปีก่อน ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นจาก 73% เป็น 77% พร้อมทราฟฟิกผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 6%
ด้านกลุ่มอาคารสำนักงานยังรักษาความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด โดย BU EBITDA เติบโต 2% จากปีก่อน จากการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด Lifestyle Workplace นำโดยโครงการ “ดิ เอ็มไพร์” ภายใต้แนวคิด “The Empire Reimagined” รวมถึงการรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานใหม่ “จูบิลี่ เพรสทีจ ทาวเวอร์” บนทำเลย่านรัชดา
AWC ยังเปิดตัว “Better World Better Future” แลนด์มาร์กใหม่ด้าน Edutainment ณ Hatch Dome เพื่อยกระดับเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและประสบการณ์ระดับโลก ผ่านการผสานความบันเทิง เทคโนโลยี และการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน พร้อมรักษาความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน โดยมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) เพียง 0.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน สะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น