โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ พบชาวอเมริกันติดเชื้อ ‘ไวรัสฮันตา’ 1 รายจากเรือสำราญ

Xinhua

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

นิวยอร์ก, 11 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ ประกาศว่าผู้โดยสารชาวอเมริกันคนหนึ่งจากเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ของเนเธอร์แลนด์ซึ่งเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสฮันตา มีผลตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวก ส่วนอีกคนหนึ่งเริ่มมีอาการป่วยไม่รุนแรง

กระทรวงฯ โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เอ็กซ์ (X) ว่าชาวอเมริกันทั้ง 17 คนจากเรือสำราญลำดังกล่าวกำลังเดินทางกลับสหรัฐฯ ด้วยเครื่องบิน โดยในจำนวนนี้มีผู้โดยสาร 2 คนแยกตัวในห้องควบคุมเชื้อบนเครื่องบิน เพื่อรับรองความปลอดภัย

ผู้โดยสารจะเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังศูนย์รักษาโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ระดับภูมิภาคที่ศูนย์แพทย์มหาวิทยาลัยเนแบรสกา และเนแบรสกา เมดิซีน ในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ก่อนจะส่งต่อผู้โดยสารที่มีอาการเล็กน้อยไปยังศูนย์รักษาฯ แห่งที่สอง โดยเมื่อเดินทางมาถึงสถานพยาบาลแล้ว แต่ละคนจะได้รับการประเมินอาการทางคลินิกและได้รับการดูแลตามอาการของตน

อนึ่ง รายงานระบุว่าขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสฮันตาจากการระบาดบนเรือสำราญรวม 8 ราย และเสียชีวิตแล้ว 3 ราย เมื่อนับถึงวันเสาร์ (9 พ.ค.) ที่ผ่านมา

ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่าระยะฟักตัวของไวรัสฮันตาตั้งแต่การสัมผัสเชื้อครั้งแรกจนถึงแสดงอาการ คาดว่าใช้เวลาราว 1-8 สัปดาห์ และโดยทั่วไปโรคนี้จะแพร่กระจายจากสัตว์ฟันแทะ แต่ในบางกรณีที่พบได้น้อยอาจแพร่จากคนสู่คนได้ และทำให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตมากกว่า 1 ใน 3

(แฟ้มภาพซินหัว : ท่าเรือนิวยอร์กและนิวเจอร์ซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูบานสำคัญสำหรับการค้าและศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 15 เม.ย. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...