โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รัฐบาลต้องเร่งประกาศโครงการลงทุนด้านไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อไม่ให้พลาดรอบการลงทุนครั้งใหม่

ทันหุ้น

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น-สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ผมนำบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจของ บล.หยวนต้า มาเล่าให้ฟังเช่นเคยครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน หลังจากรัฐบาลประกาศงบลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่จำนวน 2 แสนล้านบาท โดยเป็นการปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อหนุนช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานจากการลดสัดส่วนพลังงานฟอสซิลสู่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยคาดนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบสายส่งไฟฟ้า และ Substation และสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop (เบื้องต้นยังไม่มีระบุเงินลงทุนในแต่ละโครงการ)

เรามองว่าการสนับสนุนการลดสัดส่วนพลังงานฟอสซิลสู่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะช่วยหนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ตามผลของต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม และค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการติดตั้ง Solar Rooftop ได้แก่ GUNKUL, SSP, WHAUP, SPCG, PPM และ KJL (จำหน่ายตู้ไฟฟ้า รางเดินสายไฟ และ Walkway) โดยหนุนจากมาตรการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดหย่อนภาษี และสินเชื่อโซลาร์

การสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการติดตั้งสถานีชาร์จไฟจะช่วยหนุนการติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเติม เพราะได้แรงหนุนจากการที่ประชาชนนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เองมาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากใช้รถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ SJWD (ได้รับประโยชน์จากการให้เช่าที่จอดรถ, ขนส่งรถ และการตรวจสอบสภาพ), SUSCO (จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD), ASAP (จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Deepal) และกลุ่มที่ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ TISCO และ KKP รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตสถานีชาร์จไฟ ได้แก่ EA และ KJL

นอกจากนี้การติดตั้ง Solar Rooftop ยังสามารถขายไฟฟ้าคืนให้กับรัฐบาลได้ หากครัวเรือนผลิตไฟฟ้าเกินกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในรูปแบบ Net Billing โดยรัฐบาลจะรับซื้อไฟฟ้าจากครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งประเทศไม่เกิน 500MW (ไม่เกิน 5KW ต่อครัวเรือน และค่าไฟฟ้าที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี) ซึ่งกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสามารถขายไฟฟ้าคืนให้ภาครัฐ ได้แก่ GUNKUL, LOXLEY และ SAMART

อย่างไรก็ตาม โครงการต่างๆ ในอนาคต เช่น Direct PPA, Net billing, ไฟฟ้าเสรี และการลงทุน Data Center จะไม่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น หากไม่ได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เช่น ระบบสายส่ง และ Substation เราประเมินว่ารัฐบาลจะทำการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับแรก (ธุรกิจต้นน้ำ) โดยคาดกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากพัฒนาระบบดังกล่าว ได้แก่ GUNKUL, LOXLEY, SAMART, SAMTEL, STPI และ STECON โดยคาดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นราว 30,865 ล้านบาท (ภาพที่ 1) โดยแบ่งเป็น 1. สายส่งไฟฟ้า (Transmission) ราว 9,592 ล้านบาท 2. สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ราว 16,263 ล้านบาท และ 3. สายเคเบิลใต้ดิน (Underground Cable) ราว 5,010 ล้านบาท ทั้งนี้หากการลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดจะส่งผลให้บริษัทแต่ละรายรับรู้รายได้จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ราว 5,000-6,000 ล้านบาท

เราให้ GUNKUL, SAMART และ STECON เป็น Top pick สำหรับการลงทุนในประเด็นการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน โดยที่ GUNKUL ถือเป็นบริษัทที่ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ (โครงสร้างพื้นฐาน) จนถึงปลายน้ำ (ติดตั้ง Solar Rooftop) และ STECON เป็นบริษัทที่มีโอกาสได้งานจากภาครัฐสูง แม้ปัจจุบันราคาหุ้นทั้งสองปรับตัวขึ้นมามากแล้ว แต่เรามองว่าราคาหุ้นมีโอกาศขึ้นต่อได้ในระยะกลาง-ยาว ตามการลงทุนของภาครัฐในอนาคต แนะนำสะสมเมื่อราคาหุ้นย่อตัวที่แนวรับ 3.00 บาทต่อหุ้น และ 12.50 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ ขณะที่ SAMART เป็นหุ้นที่ยัง Laggard กลุ่ม และราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER26 เพียง 7 เท่า

สุดท้ายนี้ ขอให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในทุกสินทรัพย์ลงทุนนะครับ แล้วพบกันกับบทความดีๆจากทาง บล. หยวนต้า ในสัปดาห์หน้าครับ

ณัฐพล คำถาเครือ

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์

บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...