ปฏิบัติการ “คชาฆาตปิดปลายงา” บุก 7 จังหวัด ทลายเครือข่าย ค้างาช้างข้ามชาติ ยึดของกลางมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท
ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทส.ตร.) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ,กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แถลงข่าวร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย ในพื้นที่ 7 จังหวัด สมุทรสาคร อุทัยธานี กำแพงเพชร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และ จันทบุรี และเข้าตรวจค้นสถานที่ จำนวน 11 จุด ตรวจยึดของกลาง 13 รายการ ทั้ง งาช้าง (แบบท่อน) จำนวน 140 กิโลกรัม,งาช้าง (แบบหั่นชิ้น) 40 กิโลกรัม,สร้อยลูกประคำงาช้าง 7 กิโลกรัม, สร้อยพระงาช้าง5 กิโลกรัม, ลูกประคต ,ผงงาช้าง, กำไล/หัวเข็มขัด, งาช้างอัดเรซิ่ง,มีดงาช้าง/มีดเขากวาง ,ชิ้นส่วนหางกระเบน ,ครื่องตัด หั่น เจียร์ เจาะ สว่าน เลื่อย, ตาชั่ง และซากเต่ากระ 1 ตัว โดยในส่วนของงาช้าง,งาช้างหั่นชิ้น และ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ทำจากงาช้าง น้ำหนักรวมประมาณ 250 กิโลกรัม ราคาขายในท้องตลาด ประมาณ กก. ละ 30,000 บาท
มูลค่าของกลาง 1. งาช้างและชิ้นส่วนงาช้าง ประมาณ 7.5 ล้านบาท 2. มีดด้ามงาช้างประมาณ 2. 4 ล้านบาท รวมมูลค่าของกลางทั้งหมด ประมาณ 9.9 ล้านบาท ยอดเงินหมุนเวียนในระบบ ประมาณ 10 ล้านบาท (ระยะเวลาประมาณ 10 เดือน)
พฤติการณ์ในการจับกุม ด้วยชุดสืบสวนตำรวจ บก.ปทส. สืบสวนกลุ่มผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า งาช้างและเขี้ยวพะยูน ผิดกฎหมาย พบว่าความต้องการซื้องาช้างผิดกฎหมายมีความต้องการสูงขึ้นมากผิดปกติ และมีการลงประกาศซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย จึงได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีกลุ่มFacebook ชื่อ “เขี้ยวงา เครื่องรางจากสัตว์” ที่รวมตัวผู้ค้าขายงาช้างผิดกฎหมาย ก่อนจะมีการซื้อขายงาช้างกันเป็นจำนวนมากและเป็นวงกว้าง ชุดสืบสวนจึงได้ติดต่อทำทีขอซื้องาช้างจากกลุ่มผู้ค้าหลายราย และส่งของที่ได้รับดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ ยืนยันว่าเป็นงาช้างสายพันธุ์แอฟริกาทุกราย ตรวจสอบเครือข่าย พบว่ามีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท
กระทั่งเป็นที่มาของตำรวจ บก.ปทส. นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา และตรวจค้น จำนวน 11 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ และการกระทำผิดของผู้ต้องหาเป็นการกระทำผิด ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือ ผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 มาตรา 29 ประกอบมาตรา 89 มาตรา 92