“ศิริกัญญา” ค้านคนละครึ่งพลัส ชี้ไม่ใช่เวลาฟื้นเศรษฐกิจ ต้องเร่งเยียวยาค่าครองชีพ
“ศิริกัญญา” จี้รัฐทบทวนมาตรการเยียวยา ชี้เติมเงินบัตรสวัสดิการ 100 บาทไม่พอ ค้าน “คนละครึ่งพลัส” ย้ำไม่ใช่เวลาบีบประชาชนควักเงินเพิ่ม เตือนหลังสงกรานต์เศรษฐกิจหนัก สินค้าจ่อขึ้นราคาถ้วนหน้า
วันที่ 14 เมษายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นต่อมาตรการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ โดยระบุว่า มาตรการที่ออกมายัง “จำกัดจำเขี่ย” และไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า กรณีการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียง 100 บาท ไม่ได้สะท้อนต้นทุนค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าที่ทยอยปรับราคา จึงถือว่าไม่เพียงพออย่างยิ่งเมื่อเทียบกับภาระของผู้มีรายได้น้อย
อย่างไรก็ตาม มองว่ามาตรการช่วยเหลือภาคขนส่ง เช่น การอุดหนุนราคาน้ำมันให้รถบรรทุก รถโดยสารขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์ อาจช่วยชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อภาพรวม
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณกลางวงเงิน 7,700 ล้านบาท ว่า มีเพียง 3,000 ล้านบาทที่ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ขณะที่งบส่วนที่เหลือเป็นการแก้ปัญหาภายในด้านงบประมาณของรัฐเอง ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลอาจมีข้อจำกัดด้านเม็ดเงินในการเยียวยา
สำหรับแนวคิดโครงการ “คนละครึ่งพลัส” น.ส.ศิริกัญญา แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย โดยมองว่าไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการให้ประชาชนร่วมจ่าย เนื่องจากหลายครัวเรือนกำลังเผชิญปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย การจะให้ประชาชนควักเงินอีกครึ่งหนึ่งจึงแทบเป็นไปไม่ได้ พร้อมเสนอว่ารัฐควรเน้นการช่วยเหลือโดยตรง เช่น การอัดเงินเยียวยา เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนการช่วยเหลือให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองเด็กในช่วงเปิดเทอม กลุ่มเกษตรกร และชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน แต่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการของรัฐ
น.ส.ศิริกัญญา ยังแสดงความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง และกระทบต่อราคาสินค้าอื่น ๆ ที่เริ่มทยอยปรับขึ้นแล้ว
พร้อมกันนี้ ยังชี้ว่ากระบวนการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมผ่าน พ.ร.บ.โอนงบ อาจใช้เวลานาน ทำให้การออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนล่าช้า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาของการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นเวลาที่ต้องเร่งเยียวยาค่าครองชีพของประชาชนก่อน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว.