โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ดร.รุสตั้ม” ชี้ตรงประเด็น “อิสราเอล” คือชาติปัญหานำสหรัฐสู่โหมดสงคราม เลยไม่อยากเห็นเจรจาหยุดยิง มองทะลุ“ฮอร์มุซ” เป็นเวทีพิสูจน์อำนาจโลก!

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TOP NEWS

“ดร.รุสตั้ม” ชี้ตรงประเด็น “อิสราเอล” คือชาติปัญหานำสหรัฐสู่โหมดสงคราม เลยไม่อยากเห็นเจรจาหยุดยิง มองทะลุ“ฮอร์มุซ” เป็นเวทีพิสูจน์อำนาจโลก!

หลังจากการเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสต์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นการตั้งโต๊ะเจรจาแบบเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบ 47 ปี โดยกการเจรจาครั้งนี้กินเวลายาวนานกว่า 21 ชั่วโมง ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา การเจรจาสิ้นสุดลงโดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ส่งผลให้ชะตากรรมของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ดำเนินมาแล้ว 2 สัปดาห์ยังคงไม่มีความชัดเจน สหรัฐฯ ย้ำจุดยืนอิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง ขณะที่อิหร่านชี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความระแวงหลังทำสงครามมา 40 วัน ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์อาจสิ้นสุดลง ทั้งนี้มีประเด็นที่ถูกจับตามองอีกครั้ง ว่าทั้ง 2 ประเทศจะเดินหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจารอบ 2 หรือไม่ รวมทั้งมีการแฉข้อมูลว่า สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอล หาเรื่องโจมตีอิหร่าน โดยใส่ร้ายเรื่องพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และพยายามรุกรานมาตลอดเป็นระยะเวลา 20 ปี นั้น

ล่าสุดวันนี้ ( 14 เม.ย.) ทางด้านดร.รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ร่วมวิเคราะห์ ผ่านทางรายการจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ ระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศ "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ยากที่จะเจรจาสันติภาพลงตัวได้อีกแล้ว“ก็ในการเจรจาที่อิสลามาบัดนั้น อาจจะเรียกว่าต้นทุนน่ะต่ำอยู่แล้ว เพราะว่าความไว้วางใจต่อกันแทบจะไม่มีอยู่เลย แล้วก็ในฝั่งของสหรัฐอเมริกานั้น การไปเจรจารอบนี้เหมือนกับว่าตัวเองนั้นคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะในสงครามแล้ว มาเจรจากับฝ่ายที่แพ้ หมายความว่ามาแล้วจะบีบให้อิหร่านนั้นยอมรับในสิ่งที่อเมริกาต้องการเสียทุกอย่าง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว อำนาจต่อรองในมือที่ถือไปเจรจานั้นน้อยมาก เพราะว่าอเมริกานั้นไม่ได้ประสบความสำเร็จในสงคราม อาจจะเรียกว่าเป็นความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ เนื่องมาจากว่าวัตถุประสงค์ในสงครามนั้น ไม่มีข้อไหนที่บรรลุผลได้เลยการล้มการปกครองก็ทำไม่ได้ เป็นแค่เปลี่ยนจากพ่อไปสู่ลูกเท่านั้นเอง ตัวของนิวเคลียร์ก็จัดการไม่ได้ ตัวขีปนาวุธก็จัดการไม่ได้ ตัวของความสัมพันธ์พันธมิตรของอิหร่านก็จัดการไม่ได้แล้วก็ที่สำคัญ ฮอร์มุซก็เกิดไม่ได้ ทำให้ต้นทุนในการที่จะไปเจรจา อำนาจต่อรองนั้นเรียกว่าต่ำมาก เวลาไปคุยกันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการแต่ว่ารายงานข่าวบอกว่าในช่วงแรกๆ การเจรจาเหมือนจะไปได้ด้วยดี”

ดร.รุสตั้ม มองว่า ต่างฝ่ายต่างถอย ทางฝั่งอิหร่านก็พูดคุยในเรื่องของนิวเคลียร์ อิหร่านจะยอมงดการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม 5 ปีหรือไม่เช่นนั้นก็ให้เป็นลักษณะเหมือนข้อตกลง JCPOA ให้มีการกำกับอย่างใกล้ชิดจากองค์การระหว่างประเทศ แลกกับการปลดล็อกมาตรการต่าง ๆ แต่สุดท้ายเรื่องที่กำลังจะไปได้ด้วยดีแล้ว ก็มีการจะตั้งคณะทำงานให้ผู้เชี่ยวชาญมาเจรจาต่อ “แต่อยู่ๆ ก็มีสายปริศนาโทรเข้ามา สายปริศนานั้นเป็นสายของ เนทันยาฮู ซึ่งโทรเข้ามาโดยไม่ได้มีการนัดหมายทางฝั่งอิหร่านก็มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติในการเจรจาอย่างมาก แล้วหัวข้อการเจรจาก็เปลี่ยนทันที” จากเดิมที่เป็นเรื่องของสหรัฐกับอิหร่าน กลายมาเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของอิสราเอล เรื่องความมั่นคง เรื่องนิวเคลียร์ จากเดิมที่หย่อนกันได้ กลายเป็นว่าต้องศูนย์เปอร์เซ็นต์ ต้องไม่มีการเสริมแร่เลย สุดท้ายการเจรจาก็เลยไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อถามว่า จะมีการเจรจารอบ 2 หรือไม่ แล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไร ดร.รุสตั้ม วิเคราะห์ว่า “ผมยังมองโลกในแง่ดีนะว่า เป็นการพักหรือว่าให้กลับมาเตรียมตัวเพื่อไปเจรจากันอีกรอบหนึ่ง แต่สำหรับอเมริกานั้นเนี่ย ก็อยากจะเจรจาอีกรอบนั่นแหละ ทุกฝ่ายก็อยากเจรจา เพียงแต่ว่าในเวลานี้ การที่อเมริกาปิดทางเข้าออกชั้นนอก มันก็เป็นเหมือนกับการบีบให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไข เพื่อที่หากมีการเจรจารอบ 2 จะต้องยอมตามที่สหรัฐอเมริกาต้องการ แล้วล่าสุดก็มีข่าวว่าทรัมป์ ได้ขีดเส้นตายใหม่อีกแล้วเป็นเส้นตายที่ขีดได้เรื่อย ๆ ยื่นคำขาดให้อิหร่านทำตามข้อตกลงภายใน 2 สัปดาห์ กำหนดวันที่ 27 เมษายน หมายความว่าอิหร่านต้องยอมเปิดฮอร์มุซ และยอมตามเงื่อนไขที่อเมริกาต้องการไม่เช่นนั้นก็ข่มขู่ว่าจะใช้กำลังอีก”

และไม่มีอะไรรับประกันได้ ว่าช่วงนี้จะไม่ปะทะกัน เพียงแต่ว่า ณ เวลานี้ การหยุดยิงมันดีกว่าสำหรับทั้งคู่ สำหรับอเมริกา มันคือการพักรบ เพื่อเติมกำลัง มีข่าวว่ามีการโยกย้ายเรือ เครื่องบิน ทหารได้พัก ในฝั่งอิสราเอล การหยุดยิงก็ดี เพราะจะไปโฟกัสที่เลบานอน ซึ่งอิสราเอลมองว่าไม่เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง “ฝั่งอิหร่านก็ได้พัก หลังโดนโจมตีมา 40 วัน โมเมนตัมตอนนี้ การหยุดดีกว่าสู้ต่อ แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าการใช้กำลังจะไม่กลับมา

“ผมมองว่ายังมีโอกาสสูง ที่การเจรจาจะยากที่จะลงตัวกัน ตอนนี้อเมริกาบล็อกฮอร์มุซชั้นนอก ส่วนชั้นในอิหร่านควบคุมอยู่ ใครเข้าออก อเมริกาบอกว่าจะใช้กำลัง เมื่อวานจีนก็แถลงเลยว่า จีนมีสิทธิ์เข้าออกได้ เพราะมีข้อตกลงพลังงานกับอิหร่าน น้ำมันอิหร่านส่วนใหญ่ส่งไปจีน จีนยืนยันสิทธิ์ของตัวเอง และล่าสุดมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันไปจีนยังออกจากฮอร์มุซได้ แม้อเมริกาจะบล็อกนี่คือจุดท้าทายของอเมริกา คำถามคือจะกล้าบล็อกเรือจีนไหม จะกล้ายิงเรือจีนไหม ถ้ายิง ก็จะกลายเป็นสงครามลุกลาม คำถามคือพร้อมหรือไม่ ผมคิดว่าอเมริกาไม่ได้ต้องการสงครามใหญ่แบบนั้น” “พูดตรงๆ อเมริกายังเอาอิหร่านไม่อยู่ใน 40 วัน จะไปเปิดกับจีน ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี” ดร.รุสตั้ม ย้ำด้วยว่า ในการเจรจาครั้งต่อไปหากเกิดขึ้นนั้น“ปากีสถานก็ยังคงทำงานหนัก มีอยู่ 4 ประเทศที่ร่วมกัน คือปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ กาตาร์ โอมาน พวกนี้ทำงานหนักมากในการที่จะไม่ให้การเจรจานั้นล่ม อาจจะไม่สำเร็จได้นะ แต่ว่าห้ามล่ม การที่ไม่สำเร็จรอบแรกมันก็มีมุมดี ๆ อยู่ มุมดีคืออย่างน้อยก็เป็นการมาพบปะเจอหน้ากัน จากเดิมที่ไม่คุยกันเลย 47 ปี รอบนี้เป็นครั้งแรกที่มาเจอหน้ากัน นี่คือทิศทางที่ดี แต่ว่าสุดท้ายในเรื่องของสงครามครั้งนี้ ประเทศที่นำสหรัฐเข้าสู่สงครามคืออิสราเอล และประเทศที่ไม่อยากให้อเมริกาออกจากสงคราม ก็คืออิสราเอลเหมือนกัน ดังนั้นอเมริกามาเจรจากับอิหร่าน แต่ไม่ได้มีอำนาจแท้จริงในการตัดสินใจทั้งหมด ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลพูดเองว่า การหยุดยิงเร็วเกินไป อิหร่านยังเจ็บไม่พอ ยังไม่ถูกบีบให้ยอม และอิสราเอลยังไม่บรรลุภารกิจในเลบานอน ดังนั้นจะให้หยุดตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา มันสะท้อนว่า คนที่กำหนดนโยบายจริงๆ อาจไม่ใช่ทรัมป์ แต่คือ เนทันยาฮู และคนใกล้ตัวทรัมป์ก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิสราเอล” “ผมเชื่อว่าระหว่างเจรจา น่าจะมีการรายงานไปยังอิสราเอลตลอด ฝั่งอิหร่านก็แสดงความอึดอัด เพราะต้องการคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริง ๆ มีรายงานว่าในระหว่างเจรจา ฝ่ายอเมริกาโทรออกถึง 12 ครั้ง เพื่อไปขอคำสั่ง ขณะที่ฝั่งอิหร่าน มาด้วยอำนาจเต็มในการตัดสินใจ มันเลยมีพัฒนาการที่ดี แต่ก็มีอุปสรรคจากความไม่ไว้วางใจ

และข้อเสนอที่ประนีประนอมกันยาก ที่สำคัญคือปัจจัยภายนอก ก็คืออิสราเอลที่เข้ามากำกับสหรัฐ ส่วนที่ทำไมครั้งนี้ถึงยอมเจอหน้ากัน ทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นใน 47 ปี ก็เพราะแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ ไม่ยึดติดกับโปรโตคอลเดิม อะไรข้ามได้ก็ข้ามเหมือนกรณีเจรจากาซ่า ที่สุดท้ายก็มีการพูดคุยกับกลุ่มที่ปกติไม่คุย ดังนั้นการมาเจอหน้ากันตรงๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกในแนวทางนี้ สุดท้ายแล้วก็ต้องติดตามต่อไป เพราะเส้นตายใหม่ 27 เมษายน จะเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญ” https://www.youtube.com/watch?v=XCS66TwNCmM

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...