โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ตั้งTrademark Monitor ป้องสิทธิSMEไทยหลังพบผู้ฉวยโอกาสจดเต่าบิน

Amarin TV

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พาณิชย์ตั้ง Trademark Monitor ป้องสิทธิ SMEs ไทยในตลาดโลก หลังพบ ‘เต่าบิน’ เถื่อนในเวียดนาม

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เร่งยกระดับมาตรการเชิงรุกด้านทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านโครงการ “Trademark Monitor” เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยจากความเสี่ยงที่เครื่องหมายการค้าจะถูกนำไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่เข้มข้นและการขยายตัวของธุรกิจไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีศักยภาพสูง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาครัฐ เมื่อพบกรณีมีการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะคล้ายกับ “เต่าบิน” แบรนด์ของไทยในประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของสินค้าไทย กรมฯ จึงเร่งประสานเจ้าของเครื่องหมายให้ดำเนินการยื่นคัดค้านภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจและภาพลักษณ์แบรนด์ไทยในต่างประเทศ

มาตรการดังกล่าวสอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านการเสริมสร้างความมั่นคงทางทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่กับการยกระดับความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยในเวทีการค้าโลก

เดินหน้า “Trademark Monitor” เสริมเกราะ SMEs ไทยในตลาดโลก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายให้เร่งขับเคลื่อนมาตรการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนกรอบนโยบาย “10+” ของรัฐบาล โดยเฉพาะ “SMEs Plus” ที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และ “Trade Plus” ที่เน้นการยกระดับสถานะของไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

ในเชิงปฏิบัติ โครงการ Trademark Monitor ทำหน้าที่เฝ้าระวังการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดจีนและอาเซียน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย ผ่านการตรวจสอบในขั้นตอน “ประกาศโฆษณา” ของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นช่วงเปิดเผยข้อมูลคำขอต่อสาธารณะก่อนการรับจดทะเบียน และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคัดค้านได้ภายในระยะเวลา 60-90 วัน ตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

กลไกนี้ช่วยให้กรมฯ สามารถแจ้งเตือนผู้ประกอบการไทยได้อย่างทันท่วงที หากพบความเสี่ยงที่เครื่องหมายการค้าจะถูกจดทะเบียนโดยบุคคลอื่น ทำให้เจ้าของสิทธิสามารถดำเนินการคัดค้านได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ลดโอกาสสูญเสียสิทธิทางการค้าในต่างประเทศ

เคส “เต่าบิน” ในเวียดนาม สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

กรณีการตรวจพบการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับ “เต่าบิน” ของบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในประเทศเวียดนาม ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไทยเผชิญในตลาดต่างประเทศ โดยคำขอดังกล่าวครอบคลุมกลุ่มสินค้าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในภูมิภาค

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เร่งแจ้งเตือนเจ้าของเครื่องหมายทันที เพื่อให้ดำเนินการยื่นคัดค้านก่อนครบกำหนดตามกฎหมาย พร้อมจัดทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในกระบวนการดังกล่าว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาสิทธิของผู้ประกอบการไทย

การดำเนินการอย่างรวดเร็วในลักษณะนี้สะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเฝ้าระวังเชิงรุก เนื่องจากหากปล่อยให้การจดทะเบียนผ่านไป ผู้ประกอบการไทยอาจเผชิญต้นทุนทางกฎหมายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือแม้กระทั่งสูญเสียสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าในตลาดนั้น

หนุนการส่งออก-ลดความเสี่ยง สูญเสียตลาด CLMV

ในเชิงเศรษฐกิจ ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า มูลค่าการส่งออกเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ของไทยไปยังกลุ่มประเทศ CLMV อยู่ที่กว่า 1,705 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเวียดนามมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 24 ของตลาดดังกล่าว สะท้อนศักยภาพและความสำคัญของตลาดนี้ต่อผู้ประกอบการไทย

ภายใต้บริบทดังกล่าว โครงการ Trademark Monitor จึงมีบทบาทมากกว่าการปกป้องสิทธิทางกฎหมาย แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรักษาส่วนแบ่งตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจไทยในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดเครื่องหมายการค้า ซึ่งอาจกระทบต่อทั้งรายได้และภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว

กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเดินหน้าโครงการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมแล้วมากกว่า 100 ราย และให้บริการเฝ้าระวังตลอดระยะเวลา 1 ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนความต้องการของภาคธุรกิจในการได้รับการสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากล

ในระยะข้างหน้า การเสริมความเข้มแข็งของระบบคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านราคาและคุณภาพสินค้า แต่ขยายไปสู่การถือครอง “สิทธิ” และ “แบรนด์” ในตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...