โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไวรัล ‘ดอกบัว’ ฟีเวอร์ คอนเทนต์ขายประสบการณ์ ดันแทรฟฟิกให้ปากคลองตลาด

TODAY Bizview

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • TODAY

ช่วงนี้ตามหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย หลายคนคงได้เห็นภาพวัยรุ่นมากหน้าหลายตาพากันไปถือ “ดอกบัวสีชมพู” ยืนถ่ายรูปบริเวณสะพานพุทธและปากคลองตลาดอยู่บ่อยครั้ง ภาพดอกไม้ไทยตัดกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ต่อจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ เราเคยเห็นกระแส “สไบห่มยีนส์” ที่คนรุ่นใหม่ผสมผสานความเชื่อและวัฒนธรรมไทยเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย แต่ต้องยอมรับว่าเทรนด์นั้นมีต้นทุนค่อนข้างสูง ทั้งค่าชุด การแต่งตัว และการเตรียมตัวถ่ายภาพ ต่างจากกิจกรรมถ่ายภาพกับ “ดอกบัว” ที่มีต้นทุนต่ำกว่าและเข้าถึงง่ายกว่า

เพียงแค่เดินไปที่ปากคลองตลาด ก็สามารถซื้อดอกบัวติดมือไปถ่ายรูปได้ทันที จากเดิมราคาขายดอกบัวประมาณ 10 ดอกต่อ 30-40-50 บาท ส่วนตอนนี้ขยับขึ้นมา 80-120 บาท ถ้าพับดอกบัวด้วยก็คิดเพิ่ม 10 บาท

ตอนนี้กระแสมาพ่อค้าแม่ค้าปากคลองใช้วิธีรวบขายเป็นช่อ (ช่อหนึ่งมีประมาณ 10 ดอก) ราคาช่อละหลักร้อยต้นๆ ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรียกว่ากระแสจากโซเชียลกำลังเปลี่ยนสินค้าที่เห็นคุ้นชินและอยู่ในบริบทของแรงศรัทธาตามวัด กลายเป็นพร็อพถ่ายรูปที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

[ เทรนด์ดอกบัวมาแบบลมพัดวูบหรือโอกาสระยะยาว ]

ย่านปากคลองตลาด พื้นที่ตลาดดอกไม้ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ มองเข้าไปถือเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดย่อมที่มีร้านค้าหลายร้อยร้านกระจายตัวอยู่ ทั้งร้านขายส่งและขายปลีกที่ทำธุรกิจดอกไม้กันมานาน

ร้านค้าหลายแห่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง เช่น ร้านที่ขายดอกมะลิก็จะขายเฉพาะดอกมะลิ ร้านดอกดาวเรืองก็ขายเฉพาะดาวเรือง ขณะที่ร้านดอกบัวก็เน้นขายดอกบัวเป็นหลัก ทำให้เมื่อกระแสดอกบัวฟีเวอร์เกิดขึ้น ร้านที่เกี่ยวข้องกับดอกบัวจึงได้รับอานิสงส์โดยตรงมากกว่าร้านอื่น

ดอกบัวถูกดึงออกจากหิ้งพระเข้าสู่ “พื้นที่ใช้ชีวิต” ของคนรุ่นใหม่ ฐานลูกค้าจึงขยายตัวจากกลุ่มผู้ศรัทธาเดิม ไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยว คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และคนที่ต้องการพร็อพถ่ายภาพ

ถือเป็นการซื้อประสบการณ์ซื้อดอกบัวมาถ่ายรูป เดินตลาด ถ่ายรูปกับวิวเมือง

กระแสเทรนด์ดอกบัวตอนนี้กลายเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่สามารถทำ Value Creation หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ดอกบัว เช่น การคัดเกรดพรีเมียม การจัดชุดสำหรับถ่ายภาพ หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เม็ดเงินไม่ได้หมุนอยู่แค่ในร้านดอกไม้เท่านั้น แต่กำลังกระจายไปยังธุรกิจรอบพื้นที่ด้วย ปากคลองตลาดในปัจจุบันมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านเล็กๆ ที่รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หลายคนที่มาซื้อดอกบัวไม่ได้รีบกลับ แต่ใช้เวลาเดินเล่นในตลาด นั่งคาเฟ่ หรือแวะถ่ายรูปหลายจุดในย่าน ทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่เริ่มเชื่อมโยงกันมากขึ้น

อีกจุดสำคัญคือ “สะพานพุทธ” ที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งกลายเป็นโลเคชันถ่ายรูปยอดนิยม เพราะสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม หลายคนจึงนิยมมาช่วงเย็น เพื่อถือดอกบัวถ่ายภาพกับแสงพระอาทิตย์ตก ทำให้ช่วงเวลานั้นกลายเป็นเหมือน “ช่วงพีค” ของย่าน ที่มีทั้งนักท่องเที่ยว คนทำคอนเทนต์ และวัยรุ่นเข้ามาใช้พื้นที่พร้อมกัน

ในมุมธุรกิจ กระแสนี้ยังสามารถต่อยอดได้อีกหลายทาง เช่น การสร้างเส้นทางเดินเที่ยวปากคลองตลาด สะพานพุทธ การทำแพ็กเกจ “ดอกบัว-จุดถ่ายรูป-คาเฟ่” หรือการจัดกิจกรรมถ่ายภาพช่วงพระอาทิตย์ตก รวมถึงการพัฒนาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว เช่น เครื่องประดับ ของที่ระลึก หรือเวิร์กช็อปจัดดอกไม้สำหรับนักท่องเที่ยว

และที่น่าสนใจคือ การปรับตัวของภาครัฐ เมื่อกระแสดอกบัวฟีเวอร์ทำให้มีดอกไม้จำนวนมากถูกใช้เป็นพร็อพถ่ายรูป กรุงเทพมหานครจึงได้เพิ่ม “จุดทิ้งดอกไม้” หรือถังขยะเฉพาะสำหรับดอกบัวในพื้นที่ เพื่อรวบรวมไปแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ แทนการทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป

แม้จะดูเป็นเทรนด์ชั่วคราวมากกว่าจะพูดถึงระบบเศรษฐกิจจริงจัง แต่ก็ถือว่าอย่างน้อยนี่อาจสะท้อนภาพ ‘เศรษฐกิจคอนเทนต์’ ของคนรุ่นใหม่ ที่ในทีนี้ ‘ปากคลองตลาด’ คือโอกาสที่ได้ประโยชน์จากความนิยม

หากจะมองแบบปรากฎการณ์เชิงบวก ถือว่าเทรนด์นี้เป็นตัวอย่างการใช้ “วัฒนธรรมท้องถิ่น” มากระตุ้นเศรษฐกิจกระดับพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ เพราะดอกบัวได้ถูกเปลี่ยนจากสินค้าในตลาดดั้งเดิกลายเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่สร้างรายได้ให้ทั้งย่านได้ในเวลาเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...