‘สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ’
โลกสับสนอลหม่าน
วิธีรับมือที่ดีที่สุด คือ
“นิ่ง”
ไม่อลหม่านตามไปด้วย
แล้วค่อยๆ สำรวจและจัดลำดับความสำคัญที่ต้องทำก่อน-หลังไปทีละเรื่อง
จะได้งานและได้เปรียบ
วันนี้ รัฐสภาประชุม ว่าด้วยเรื่อง “นโยบายรัฐบาล” เป็นวันที่สอง “สุดท้าย”
จากนั้น รัฐบาลเดินหน้าลุยงานเต็มตัว
ด้านต่างประเทศและด้านเศรษฐกิจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ดูจะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่รัฐบาลต้องแก้ไขเร่งด่วน
รัฐมนตรีต่างประเทศ “คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว”
ต่อให้เป็นทศกัณฐ์มี ๑๐ หน้า ๒๐ มือ กับสถานการณ์ตอนนี้ ยากจะทำทัน
ก็ได้ “คุณปานปรีย์ พหิทธานุกร” อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศมาช่วยในตำแหน่ง “ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ”
“คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รัฐมนตรีคลัง
นี่ก็ไม่ต่างกับคุณสีหศักดิ์ กับความเร่งด่วนทุกด้านล้วนผูกติดกับ เงิน..เงิน..และเงิน
จึงต้องไปเชิญ “คุณสันติธาร เสถียรไทย” อดีตกรรมการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ขอให้สละสุขส่วนตัว มาช่วยกันปวดหัวในตำแหน่ง “ผู้ช่วยรัฐมนตรีคลัง”
“คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์” รัฐมนตรีพาณิชย์
เธอเป็นศูนย์รวมความหวังของหมู่บ้าน เดิมรูปร่างเพรียวพริ้ง ตอนนี้ชักเพรียวผอม เพราะถูกงานรัด
เพื่อประสิทธิผลของการค้าในตลาดโลกใหม่
ได้ตั้งทีมคณะที่ปรึกษาและคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives - TTR) จากบุคลากรคุณภาพสาขาต่างๆ มาช่วยกัน ประกอบด้วย
-นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
-ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัท และกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
-ดร.ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta
-นายณัฐ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
-ดร.ยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
-ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา
-ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
-นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
-นายอนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน เค อะโกรอินโนเวท ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตร เกษตรแปรรูป
-นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
-นายชุตินทร คงศักดิ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
-นายวีระพงษ์ ประภา อดีตตัวแทนการค้าไทยประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะตัวแทนการค้าไทย (Thailand Trade Representatives, TTR)
แต่ละท่านที่ ๓ รัฐมนตรีเชิญมาช่วยแบกงาน ต้องบอกว่า ประเทศไทยเรา “ฟ้าเปิด” แล้ว!
การที่เชิญบุคคลเหล่านี้มาได้ บ่งบอกว่า ๑.ผู้เชิญเป็นคนดี ต้องการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ
และด้วยเหตุนั้น ๒.ท่านเหล่านั้นจึงยอมมาช่วยงาน เพราะต้องยอมรับว่าแต่ละท่านระดับเซียนทั้งนั้น ไม่มีทางที่ใครจะเอาเงิน เอาตำแหน่งไปล่อให้ท่านมาได้
ที่มาเพราะ “คนดี” ไปชวน “คนดี” มาช่วยชาติบ้านเมือง ทุกคนจึงเต็มใจ ยอมสละเวลาซึ่งแต่ละนาทีของแต่ละท่านมีค่าเป็นหมื่น-เป็นแสน
แต่เพื่อบ้านเมือง แต่ละท่านสละได้ มาใช้ศักยภาพแต่ละด้านช่วยกอบกู้ แก้ไขสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า การเงิน ที่สัมพันธ์กับทั้งในและนอกประเทศ
ผมเข้าใจเลย….
จิตมุ่งหมายของแต่ละท่าน ไม่ได้คิดมาทำงานผูกพันกับรัฐบาล แต่หวังใช้ความสามารถในตัวเพื่อช่วยประเทศชาติเป็นหลัก
บวกกับคนที่ไปชวนมา ทั้งคุณสีหศักดิ์ คุณศุภจี คุณเอกนิติ เป็นคนดี ที่ซื่อสัตย์ สุจริต ยอมสละงานส่วนตัวที่ไม่เหนื่อยแถมได้เงินมากกว่า
มาทำงานให้บ้านมือง เงินเดือนน้อย แต่เหนื่อยและหนัก แถมถูกกระแนะ-กระแหน ด่าทอสารพัดทุกวัน
แต่ก็ไม่หวั่นไหว มุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเทความสามารถรับใช้ชาติบ้านเมืองเต็มที่
ตรงจุดนี้แหละ เมื่อคุณสีหศักดิ์ คุณศุภจี คุณเอกนิติ ไปเชิญแต่ละท่านมาช่วยงาน แต่ละท่านจึงเต็มใจ ยอมมาให้ถูกด่าด้วย!
ที่ผมบอกว่า “ฟ้าเปิด” ก็คือ
เมื่อคนดีๆ ไม่ทอดธุระ ยอมสละประโยชน์ตน ออกมาร่วมกันสร้างประโยชน์ให้อนาคตชาติ
ก็จะเป็น “ตัวอย่าง” ให้คนดีมีคุณภาพอีกจำนวนมากที่ไม่อยากเปลืองตัวกับสังคมนิยม “ด่าก่อนคิด” ออกมาอาสางานเพื่อบ้านเมืองมากขึ้น
ก็อย่างที่พูดกันมาในรอบ ๒-๓ ปี นี้ว่า ประเทศไทยมาถึงรอบ “เช็กบิลกรรม” คนดีจะขึ้นมา คนชั่วช้าจะจมดิน
พร้อมกับสังคมโลก “เปลี่ยนรอบศตวรรษ” สังคมประเทศไทยก็จะลอกคราบสู่มิติใหม่
ประเทศไทยจะไม่เหมือนที่ผ่านๆ มา ขอย้ำเลยว่า “คนชั่วช้า” ที่ไม่ปรับตัวจะจมหาย คนดีๆ ทั้งรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ จะเกิดแรงบันดาลใจ รักชาติบ้านเมือง
ทุกอย่าง “มาถูกจังหวะ” ของมันแล้ว
“สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” ทำไมต้องเข้ามาในวังวนการเมืองเพื่อบ้านเมืองตอนนี้ เขาตั้งใจ เขาอยากมา อย่างนั้นหรือ?
เปล่าเลย ผมเชื่อ เรื่องการเมือง “ไม่อยู่ในหัว” ของคนทั้ง ๓
แต่โลกนี้ “ไม่มีอะไรบังเอิญ”
จู่ๆ ฝ่ายค้านก็ถีบก้น “คุณอนุทิน” ให้เป็นนายกฯ เสียงข้างน้อย
แล้วจู่ๆ นายกฯ เสียงข้างน้อยก็ไปเชิญคุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลัง
แล้วก็จู่ๆ ไม่รู้อะไรเข้าฝัน “นายกฯ เสียงข้างน้อย” ก็ไปเชิญคุณศุภจีซึ่งเขาอยู่สบายดีแล้ว มาให้คนอิจฉา-ด่าจิกในตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์
“บังเอิญ” งั้นหรือ?
ไม่หรอก ทุกขั้นตอน-ทุกชีวิต-ทุกเหตุการณ์ ถูกกำหนดไว้หมดแล้วตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดา เมื่อถึงเวลาก็ต้องเป็นเช่นนั้น
ช่วงนี้ต่อไปนี้ของไทย…
“ภูมิรัฐศาสตร์ภูมิภาค” จะเปลี่ยน ก็ต้องได้นักการทูต-การต่างประเทศ อย่างคุณสีหศักดิ์และคุณปานปรีย์นี่แหละ มาทำหน้าที่
ภูมิรัฐศาสตร์ภูมิภาคที่เปลี่ยนนั้น สัมพันธ์กับการลงทุน ซึ่งการเงิน-การคลังประเทศต้องเสถียรและต้องพัฒนารูปแบบต่างๆ
เขากำหนดให้คุณเอกนิติทำหน้าที่นี้
ดังนั้น เมื่อถึงเวลา เขาจึงต้องไปตามตัวคุณเอกนิติมาเตรียมรับหน้าที่นั้น
ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ภูมิภาคที่เปลี่ยน การค้า-การขาย ก็ต้องสัมพันธ์กับระบบการเงิน การเจรจาระหว่างประเทศ
รวมถึงการยกระดับสินค้าเกษตร “ชาวไร่-ชาวนา” ต้องไม่จน ต้องไม่ใช่คนหลังเขาอีกต่อไป
ใครจะมีวิสัยทัศน์นำไปถึงจุดนั้นได้ เขากำหนดวางตัวไว้แล้วที่คุณศุภจี เมื่อถึงเวลา “ไม่อยากเป็นก็ต้องเป็น” ต่อให้อยู่ในป่าหิมพานต์ เขาก็ต้องไปควานตัวออกมาให้เป็นจนได้
ทั้งหมดนี้เพื่อ “เส้นทางสายใหม่” ของอนาคตสังคมประเทศไทย ที่ไทยจะเป็น “หัวขบวน”
ของภูมิภาคในภูมิรัฐศาสตร์ใหม่!
และขอบอกว่า ไทยมาถึง “จุดต่ำสุด” ของบททดสอบแล้ว นับจากนี้ไป จะไม่มีอะไรต่ำสุดที่คนไทยจะทนไม่ได้อีกแล้ว
เรียกว่า ทั้งจนจ่อและจนจุ่น “จนเข้าเนื้อ-จนจนอยู่ตัว” ถึงขั้นบรรลุกันหมดแล้ว
ฉะนั้น ในอีก ๓-๔ ปีข้างหน้า นับจากนี้ จากจนต่ำสุด ไทยเราจะค่อยๆ ผงกหัวขึ้นไปเรื่อยๆ
ยิ่งถ้ากลับเนื้อ-กลับตัว “คิดดี-พูดดี-ทำดี” มีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น ฟ้า-ดินอาจจะ “ให้โบนัส” ประเทศไทย-คนไทย
อยู่ๆ ก็พบเจออะไรๆ ที่เรียกว่า “ขุมทรัพย์ใต้แผ่นดิน” พลอยให้คนไทยได้อานิสงส์อยู่ดี-กินดีกันไปตามฐานานุรูป
นี่ก็มีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้สูง!
“รัฐบาลอนุทิน” นี่ เป็นรัฐบาลเดียวในโลกมั้ง ที่เขาคิดล้มกันตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล!?
แต่รัฐบาลอนุทินนี่แหละ ถูกกำหนดมาให้ชำระปัญหาที่คารา-คาซังให้หมดไป ทั้งปัญหาภายในและภายนอก เช่นปัญหาที่เกี่ยวกับเขมร
ไม่เช่นนั้น เราจะเสียโอกาสที่ไม่ควรเสียเรื่องแหล่งพลังงานในอ่าวไทยบริเวณเกาะกูด จัดการปัญหา MOU 44 เหมือนขี้คาตูดซะให้เสร็จ
จะได้ขุดขึ้นมาใช้ เพราะมันเป็นของเราชัดๆ จะมา ๕๐-๕๐ บ้าบออะไรกัน ถ้าเขมรไม่พอใจ จะเอายังไงก็ว่ามาเลย ให้มันจบๆ กันไปซะที
วันนี้ไม่คุยเรื่อง “ทรัมป์บ้า” ละนะ
ถึงแม้อิสราเอลจะเบี้ยวข้อตกลง “หยุดยิง” แต่อิหร่านเดินทางไปประชุมหาข้อยุติการสู้รบกับสหรัฐฯ ที่ปากีสถานวันนี้แล้ว
แต่เชื่อเถอะ
“เหลว”!
สงกรานต์นี้ก็ได้ถล่มกันอีก และเที่ยวนี้น่าจะมันยกร่อง!.
-เปลว สีเงิน
๑๐ เมษายน ๒๕๖๙
คนปลายซอย