เช็กจุดเจ็บยอดฮิตของนักกีฬา HYROX
เทรนด์การออกกำลังกายและการแข่งกีฬาที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ ฮิตไปทั่วโลกจนมาถึงประเทศไทย นั่นคือ “ไฮร็อกซ์ (HYROX)” การแข่งขันฟิตเนสแนวผสมผสาน มีทั้งการวิ่ง 8 กิโลเมตร สลับกับฐานออกกำลังกาย (Functional Workout) 8 ฐาน ซึ่งเน้นความอึดและความแข็งแกร่งของตัวนักกีฬา
“เดลินิวส์” นำเสนอบทความของ “โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข – KDMS” เกี่ยวกับการป้องกันการบาดเจ็บจากการลงแข่งขัน “HYROX” ว่า สาย Challenge ต้องเช็ก ความโหดของ HYROX คือการรวมทั้ง Run + Functional Workouts เข้าด้วยกัน ซึ่งสร้างภาระให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อสูงมาก หากจัดระเบียบร่างกายไม่เป๊ะ หรือโหมหนักเกินไป นี่คือ 7 จุดเสี่ยงที่นักออกกำลังกายต้องระวัง
เจาะลึก 7 จุดยอดฮิตที่มักบาดเจ็บ
- เอ็นต้นขาด้านข้าง : พบมากที่สุด คือการอักเสบของเอ็นรอบเข่า (Patellar Tendon) หรือ IT Band รัดตึงจากการวิ่งระยะไกลและการทำ Lunge
- หน้าแข้ง (Shin Splints) : อาการปวดหน้าแข้งด้านใน เกิดจากแรงกระแทกซ้ำๆ จากการวิ่งสลับกับการออกกำลังกายท่ายืน
- หลังส่วนล่าง (Lower Back) : บาดเจ็บจากการทำ Sled Push (ดันเลื่อน) และ Sled Pull (ดึงเลื่อน) หรือ Wall Balls หากจัดท่าทางไม่ถูกต้อง
- หัวไหล่และแขน (Shoulders/Arms) : ปวดล้าจากการทำ Wall Balls หรือ Burpees ที่ต้องใช้แรงส่งจากร่างกายส่วนบน
- สะโพก (Hips) : มักเกิดจากการขยับซ้ำๆ ในระนาบเดิมภายใต้แรงต้านสูง จนเกิดการอักเสบหรือกล้ามเนื้อตึงตัวเกินไป
- เข่า (Knees) : เกี่ยวเนื่องกับอาการเข่าและสะโพก มักเจ็บเสียดเวลาวิ่งหรือย่อตัว
- เอ็นร้อยหวายและน่อง (Calves/Achilles) : เกิดจากการเค้นแรงดัน Sled และวิ่งต่อเนื่องในขณะที่กล้ามเนื้อล้าสะสม
วิธีแก้และฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ (Recovery Guide)
@ Stretch & Cool Down : ยืดกล้ามเนื้อหลังเล่นทุกครั้ง เพื่อลดความตึงเครียดของเส้นเอ็น
@ Build Strength : เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทั้ง Upper Body, Core และ Lower Body เพื่อช่วยพยุงข้อต่อ
@ Professional Care : หากมีอาการเจ็บสะสม สามารถใช้หัตถการทางการแพทย์ช่วยได้ เช่น Ultrasound หรือ Shockwave เพื่อคลายจุดยึดและลดการอักเสบให้หายไวขึ้น
อย่าปล่อยให้ความเจ็บรั้งคุณไว้จากเส้นชัย สังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายกันด้วย และหากมีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ.