โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ปูพรมตรวจนอมินีพัทยา พบพิรุธถือหุ้นแทนต่างชาติกว่า 100 ราย สั่งเพิกถอนใบอนุญาต 4 บริษัททัวร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 มีนาคม 2569 เวลา 17.42 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลังหน่วยงานความมั่นคงขยายผลสอบเชิงลึกกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ในชลบุรี ตรวจพบสำนักงานบัญชี-กฎหมาย เอื้อนิติบุคคลอำพรางสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยเพื่อเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ยื่นคำขาดคนไทยหยุดพฤติกรรมสนับสนุนนอมินี ระบุดำเนินคดีอาญาโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับรายวันหมื่นถึงห้าหมื่นบาท

22 มีนาคม 2569 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการเชิงรุกของทีมปราบนอมินีระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการเข้าตรวจสอบนิติบุคคลในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าเป็นนอมินี โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติในกลุ่มสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมายรวม 4 แห่ง ซึ่งมีลักษณะการจดทะเบียนบริษัทหลายแห่งในที่ตั้งเดียวกัน และพบบุคคลสัญชาติไทยเพียงคนเดียวถือหุ้นในบริษัทต่างๆ มากกว่า 100 บริษัท โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท กรณีดังกล่าวมีข้อบ่งชี้ว่าเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือเป็นการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน พร้อมยืนยันว่าหากพบการกระทำผิดจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

"กรมฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เนื่องจากเป็นการบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทย หากตรวจพบการกระทำผิด จะเร่งประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีจนถึงที่สุด"

ในส่วนของภาคธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของนิติบุคคล 4 ราย หลังจากตรวจสอบพบการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทที่ทำให้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 17 (1) แห่ง พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 โดยบริษัทที่ถูกเพิกถอนประกอบด้วย บริษัท อะลิเทีย ทัวร์ จำกัด, บริษัท ยอร์ อินโด-ไทย กรุ๊ป จำกัด, บริษัท วาย เจ เอซ จำกัด และ บริษัท ดิ วี-เอ็กท์ จำกัด

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นประเภทธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการตามบัญชีหนึ่ง (9) โดยกรมฯ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกถึงที่มาของแหล่งเงินทุนและการบริหารจัดการภายในนิติบุคคล หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายโดยเด็ดขาด

จากการคัดกรองข้อมูลภาพรวมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี พบว่ามีธุรกิจต่างด้าวที่ประกอบกิจการตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 146 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบกิจการโดยเด็ดขาดหรือต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้ย้ำเตือนถึงบทลงโทษสำหรับคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด

ตามข้อกฎหมาย มาตรา 36 และ 37 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่มีคำสั่งศาลให้เลิกประกอบกิจการแต่ยังฝ่าฝืน จะมีโทษปรับรายวันเพิ่มเติมตั้งแต่วันละ 10,000 ถึง 50,000 บาท จนกว่าจะยุติการกระทำความผิดดังกล่าว เพื่อรักษาเสถียรภาพและบรรยากาศการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจไทย

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...