อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มเมืองใกล้โรงงานนิวเคลียร์อิสราเอล บาดเจ็บกว่า 100 ราย
22 มีนาคม 2567 — สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่เมืองดิโมนาและอารัด ทางตอนใต้ของอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 100 ราย ในการโจมตีที่นับว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้น
ความน่าวิตกของการโจมตีครั้งนี้อยู่ที่เมืองดิโมนาเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ชิมอน เปเรส เนเกฟ อันเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนิวเคลียร์อิสราเอลที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2501 โดยโรงงานนิวเคลียร์ลับตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้เพียง 13 กิโลเมตรเท่านั้น
ระบบป้องกันภัยล้มเหลว
โฆษกกองทัพอิสราเอล พลตรีเอฟฟี เดฟริน ยอมรับว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศทำงานอยู่แต่ไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่าขีปนาวุธนำวิถีซึ่งมีหัวรบหนักหลายร้อยกิโลกรัมพุ่งเข้าสู่เป้าหมายโดยตรงถึง 2 จุด หลังจากขีปนาวุธสกัดกั้นพลาดเป้า
ความเสียหายและผู้บาดเจ็บ
ในเมืองอารัด มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 88 ราย รวมถึง 10 รายอาการสาหัส พร้อมรายงานความเสียหายอย่างกว้างขวางในใจกลางเมือง ขณะที่เมืองดิโมนามีผู้บาดเจ็บอีก 39 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กชายวัย 10 ขวบที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดหลังอาคารพักอาศัยหลายหลังพังทลาย
IAEA จับตาใกล้ชิด ยันยังไม่พบรังสีผิดปกติ
องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่าขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณความเสียหายต่อตัวโรงงานนิวเคลียร์และไม่มีค่าระดับรังสีผิดปกติในพื้นที่ แต่ผู้อำนวยการใหญ่ ราฟาเอล กรอสซี ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ "ความยับยั้งชั่งใจทางทหารอย่างสูงสุด โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับโรงงานนิวเคลียร์"
การโต้ตอบยังไม่สิ้นสุด
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์นาตันซ์ของอิหร่านซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันเดียวกัน นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการตอบโต้กันไปมาในสงครามที่ดำเนินมาครบสัปดาห์ที่สี่แล้ว
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่านี่คือ "คืนที่ยากลำบากอย่างยิ่ง" พร้อมย้ำจุดยืนว่าอิสราเอลจะไม่หยุดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อไป โดยนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ การโจมตีของฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอลในอิหร่านมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,500 ราย ตามรายงานของสื่อรัฐบาลอิหร่าน