โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.กรุงไทย ส่งกองทุน “KT-ARE” ชูกลยุทธ์ Absolute Return สู้ตลาดผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 05.50 น.

บลจ.กรุงไทย ส่งกองทุน “KT-ARE” ชูกลยุทธ์ Absolute Return สู้ผันผวนทุกสภาวะตลาด เปิด IPO วันที่ 23-29 เม.ย. นี้

วันที่ 23 เม.ย.2569 - นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงในปัจจุบันการพึ่งพาเพียงแต่วิธีการลงทุนแบบดั้งเดิมที่ต้องรอให้ตลาดเป็นขาขึ้นเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทนและรักษาสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนอีกต่อไป ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาเครื่องมือหรือกลยุทธ์ทางเลือกใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างโอกาสเติบโตในทุกสถานการณ์ได้

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันKTAM จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเคแทม Absolute Return Equity (KT-ARE) (ความเสี่ยงระดับ 6) ซึ่งเป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวก (Absolute Return) ไม่ว่าสภาวะตลาดจะขึ้นหรือลงก็ตาม โดยกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 23 – 29 เม.ย. นี้

กองทุน KT-ARE เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Fidelity Funds - Absolute Return Global EquityFund (กองทุนหลัก)ในหน่วยลงทุน Y-PF-ACC-USDโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงบริษัทในประเทศตลาดเกิดใหม่ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของ NAV

ทั้งนี้ กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์คัดเลือกและถือสถานะซื้อหลักทรัพย์ (Long) ที่ประเมินว่ามีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Undervalued) ควบคู่ไปกับการถือสถานะขายหลักทรัพย์ (Short) ที่ประเมินว่ามีราคาสูงกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (Overvalued)

นอกจากนี้ กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral โดยจะพยายามควบคุมให้ค่าความผันผวนของพอร์ตการลงทุน (Beta) ใกล้เคียงกับ 0 เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ไม่มีความสัมพันธ์กับสภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ถึง 18 ไตรมาสจากทั้งหมด 21 ไตรมาสนับจากจัดตั้งกองทุน และที่สำคัญคือ ในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน กองทุนหลักยังมีสถิติการติดลบสูงสุด (Max Drawdown) เพียง -5.2% ซึ่งถือว่าตํ่ามากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก

ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้นับว่าทำให้กองทุน KT-ARE จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนในยุคนี้ (ที่มา: KTAM, Fidelity International และ Bloomberg, ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2563 - วันที่ 31 ธ.ค. 2568 โดยคํานวณบนพื้นฐาน NAV-to-NAV ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และคํานวณเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนหลัก มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral ถือเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาด โดยพยายามทำให้พอร์ตการลงทุนไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับทิศทางของตลาดหุ้น ณ ขณะนั้นซึ่งการลงทุนแบบ Market Neutral นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดทั่วโลกมีความผันผวน

อีกทั้ง กองทุนหลักยังมีปรัชญาการลงทุนที่แข็งแกร่ง โดยเน้นใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึกรายหลักทรัพย์เพื่อสร้าง Alpha โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนแบบสัมบูรณ์ (Absolute Return) ในระยะยาว ผ่านการเฟ้นหาโอกาสเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท พร้อมทั้งอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมนักวิเคราะห์ระดับโลกของทาง Fidelityที่มีมากกว่า 130 คน ครอบคลุมการวิเคราะห์บริษัทมากกว่า 2,500 แห่งทั่วโลกซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกหุ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมุ่งหวังผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงที่เหนือกว่า (Risk Adjusted Return) โดยตั้งเป้าให้การคัดเลือกหุ้นเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุน ด้วยการใช้กลยุทธ์ Short เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้าง Alpha และช่วยลด Beta ของพอร์ตการลงทุนให้ต่ำลงอีกด้วย

สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 69 กองทุนรวมหลักได้มีการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ทั่วโลก โดยลงทุนในหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ SK Hynix ผู้นำด้านการผลิตชิปจากเกาหลีใต้, Samsung Electronics บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติรายใหญ่ของเกาหลีใต้,Siemens Energy ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก, Standard Chartered สถาบันการเงินและธนาคารชั้นนำระดับสากลจากสหราชอาณาจักร และ L3Harris Technologies บริษัทเทคโนโลยีการป้องกันประเทศรายใหญ่ระดับโลกจากสหรัฐฯ (ที่มา: Fidelity International ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก)

นางชวินดา กล่าวว่า ปัจจุบันโลกการลงทุนยังเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในบางประเทศ ตลอดจนแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสผันผวนและแกว่งตัวเป็นระยะ ถึงแม้จะมีจังหวะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างก็ตาม

ภายใต้สภาวะปัจจุบันกลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral จึงมีความน่าสนใจและตอบโจทย์ยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นแนวทางที่มุ่งลดการพึ่งพาทิศทางความเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวม แต่เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการคัดเลือกหลักทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ ทำให้กลยุทธ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมความยืดหยุ่นและลดแรงกระแทกให้กับพอร์ตการลงทุนในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความผันผวน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...