กรมอุทยานฯ แจงจับชาวบ้านหาของป่า “ศรีน่าน” ยันต้องเข้มงวดช่วงปิดป่าสกัดวิกฤติไฟป่า-PM 2.5
จากกรณีการจับกุมราษฎรลักลอบเข้าไปหาของป่าในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการยกระดับการเฝ้าระวังไฟป่าขั้นสูงสุด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมและลดความสูญเสียในทุกมิติ
ทางกรมอุทยานฯ ขอเรียนว่า ในสภาวะปกติกรมฯ มีนโยบายผ่อนปรนและส่งเสริมให้ชุมชนรอบป่าสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูลตามระเบียบ แต่เนื่องจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี เป็นช่วง "วิกฤติไฟป่า" ที่มีความเสี่ยงสูง จังหวัดน่านจึงได้มีประกาศ ปิดป่าอนุรักษ์ทุกแห่ง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดจุดความร้อน (Hotspots) ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางเครือข่ายผู้นำชุมชนและหอกระจายข่าวอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการยกระดับมาตรการครั้งนี้ เนื่องจากไฟป่าเพียงครั้งเดียวสร้างความเสียหายมหาศาลใน 3 ด้านหลักๆ ดังนี้ ด้านแรกด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ไฟป่าทำลายความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรุนแรง ต้นไม้ขนาดเล็กและกล้าไม้ที่เป็นอนาคตของผืนป่าถูกเผาทำลาย สัตว์ป่าจำนวนมากต้องล้มตายหรือสูญเสียที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร ซึ่งการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมต้องใช้เวลานับสิบปี
ด้านที่ 2 ด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชน วิกฤติฝุ่นละออง PM 2.5 ที่พุ่งสูงเกินมาตรฐานจากการเผาไหม้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประชาชนจำนวนมากต้องเจ็บป่วยและสูญเสียคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และด้านที่ 3 เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ไฟป่าไม่ได้ทำลายเพียงป่าไม้ แต่ยัง "ทำลายโอกาสทางเศรษฐกิจ" ทั้งในภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาลงจากปัญหาหมอกควัน ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และงบประมาณแผ่นดินจำนวนมากที่ต้องนำมาใช้ในการระดมกำลังดับไฟและฟื้นฟูความเสียหาย แทนที่จะได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นให้กับพี่น้องประชาชน
แม้ผู้กระทำผิดจะอ้างว่าเข้าไปเพียงเพื่อหาของป่าเล็กน้อย แต่จากข้อมูลสถิติพบว่าการลักลอบเข้าพื้นที่ในช่วงนี้ มักมีการใช้ไฟหรือทิ้งเชื้อไฟโดยไม่ตั้งใจจนนำไปสู่การลุกลามใหญ่โต เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 อย่างเคร่งครัด
กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของการจับกุมไม่ใช่การสร้างความลำบากแก่ประชาชน แต่เป็นการหยุดยั้งความเสียหายที่จะกระทบต่อคนนับแสน จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดเข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในช่วงประกาศปิดป่านี้ เพื่อรักษาลมหายใจและผืนป่าให้คงอยู่สืบไป
ทั้งนี้หากพบเห็นไฟป่าหรือการกระทำผิด แจ้งได้ที่ สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง