โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรมอุทยานฯ แจงจับชาวบ้านหาของป่า “ศรีน่าน” ยันต้องเข้มงวดช่วงปิดป่าสกัดวิกฤติไฟป่า-PM 2.5

เดลินิวส์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กรมอุทยานฯ แจงจับคนหาไข่มดแดง ย้ำ! “ช่วงปิดป่า” เหตุวิกฤติไฟป่าส่งผลกระทบวงกว้าง ยืนยัน ช่วงปกติผ่อนปรนให้ชาวบ้านเก็บหาของป่าได้ตามระเบียบ

จากกรณีการจับกุมราษฎรลักลอบเข้าไปหาของป่าในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการยกระดับการเฝ้าระวังไฟป่าขั้นสูงสุด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมและลดความสูญเสียในทุกมิติ

ทางกรมอุทยานฯ ขอเรียนว่า ในสภาวะปกติกรมฯ มีนโยบายผ่อนปรนและส่งเสริมให้ชุมชนรอบป่าสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูลตามระเบียบ แต่เนื่องจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี เป็นช่วง "วิกฤติไฟป่า" ที่มีความเสี่ยงสูง จังหวัดน่านจึงได้มีประกาศ ปิดป่าอนุรักษ์ทุกแห่ง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดจุดความร้อน (Hotspots) ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางเครือข่ายผู้นำชุมชนและหอกระจายข่าวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการยกระดับมาตรการครั้งนี้ เนื่องจากไฟป่าเพียงครั้งเดียวสร้างความเสียหายมหาศาลใน 3 ด้านหลักๆ ดังนี้ ด้านแรกด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ไฟป่าทำลายความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรุนแรง ต้นไม้ขนาดเล็กและกล้าไม้ที่เป็นอนาคตของผืนป่าถูกเผาทำลาย สัตว์ป่าจำนวนมากต้องล้มตายหรือสูญเสียที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร ซึ่งการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมต้องใช้เวลานับสิบปี

ด้านที่ 2 ด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชน วิกฤติฝุ่นละออง PM 2.5 ที่พุ่งสูงเกินมาตรฐานจากการเผาไหม้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประชาชนจำนวนมากต้องเจ็บป่วยและสูญเสียคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และด้านที่ 3 เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ไฟป่าไม่ได้ทำลายเพียงป่าไม้ แต่ยัง "ทำลายโอกาสทางเศรษฐกิจ" ทั้งในภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาลงจากปัญหาหมอกควัน ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และงบประมาณแผ่นดินจำนวนมากที่ต้องนำมาใช้ในการระดมกำลังดับไฟและฟื้นฟูความเสียหาย แทนที่จะได้นำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นให้กับพี่น้องประชาชน

แม้ผู้กระทำผิดจะอ้างว่าเข้าไปเพียงเพื่อหาของป่าเล็กน้อย แต่จากข้อมูลสถิติพบว่าการลักลอบเข้าพื้นที่ในช่วงนี้ มักมีการใช้ไฟหรือทิ้งเชื้อไฟโดยไม่ตั้งใจจนนำไปสู่การลุกลามใหญ่โต เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 อย่างเคร่งครัด

กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของการจับกุมไม่ใช่การสร้างความลำบากแก่ประชาชน แต่เป็นการหยุดยั้งความเสียหายที่จะกระทบต่อคนนับแสน จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดเข้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในช่วงประกาศปิดป่านี้ เพื่อรักษาลมหายใจและผืนป่าให้คงอยู่สืบไป

ทั้งนี้หากพบเห็นไฟป่าหรือการกระทำผิด แจ้งได้ที่ สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...