โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BAM ปรับสมการธุรกิจ พลิกฟื้นทรัพย์รอขายสู่คุณค่าใหม่ที่ยั่งยืน คืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์” ต้นแบบขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม

Positioningmag

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin

ภาพจำเดิมของธุรกิจบริหารสินทรัพย์มักผูกอยู่กับการประมูลทอดตลาดและการซื้อขายเพื่อทำกำไร แต่วันนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กำลังปรับเข็มทิศองค์กรใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value” พลิกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า เดิมโมเดลธุรกิจของ BAM คือการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและนำออกขายเพื่อสร้างรายได้ แต่ในบริบทปัจจุบัน การขายขาดไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เนื่องจากผู้ซื้อจำนวนมากเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่ก็มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและความเสี่ยง “คำถามสำคัญคือ หากขายไม่ได้ ทรัพย์เหล่านี้จะสร้างคุณค่าอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือการเปลี่ยนจากการระบายทรัพย์ มาเป็นการพัฒนาทรัพย์ให้มีชีวิต และสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชน”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ CSR in Process ที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ควบคู่กับกรอบ ESG เพื่อสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ลูกหนี้ สังคม และประเทศ

คืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์” ต้นแบบสร้างมูลค่าใหม่

BAM มองว่าสินทรัพย์บางประเภทไม่สามารถวัดมูลค่าได้ด้วยราคาประเมินเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะบ้านโบราณและอาคารประวัติศาสตร์ในหลายจังหวัด จึงพัฒนาแนวคิด “ทรัพย์แผ่นดิน” เพื่อนำทรัพย์เหล่านี้กลับมาสร้างประโยชน์ใหม่แก่สังคม
โครงการ “บ้านพระพิทักษ์” ย่านตรอกดิน–ตรอกศิลป์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง BAM และสถาบันอาศรมศิลป์ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมโยงมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน “บ้านพระพิทักษ์จะเป็นต้นแบบการพัฒนา NPA รูปแบบใหม่ ที่สามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย”

“สมการรายได้” ที่เติบโตไปพร้อมชุมชน

แทนการขายทรัพย์แบบขาด BAM เลือกใช้รูปแบบการเช่าระยะยาว 30–50 ปี เพื่อรักษาทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับชุมชน พร้อมเปิดกระบวนการมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ก่อนออกแบบโมเดลธุรกิจ
อีกหัวใจสำคัญ คือการนำคนในชุมชนเข้าสู่ “สมการรายได้” อย่างแท้จริง โดยชุมชนกว่า 100 หลังคาเรือน จะมีโอกาสทำงานใกล้บ้าน ทั้งในร้านอาหาร โรงแรม งานดูแลสวน หรือร่วมเป็นหุ้นส่วนผ่านวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับผลตอบแทนเมื่อโครงการมีกำไร

ปั้นย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต

ด้วยทำเลศักยภาพใกล้เสาชิงช้าและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โครงการจะพัฒนาเป็น “ย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต” ผสานแนวคิด Well-being และเสน่ห์เมืองเก่า คาดใช้เวลาดำเนินการ 8 เดือน โดยประกอบด้วย

  • โรงแรมและที่พัก 10–15 ห้อง

  • โรงเรียนสอนทำอาหารและคาเฟ่ จากสูตรอาหารชุมชน

  • สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวเพื่อคนเมือง

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่กว่า 600 คน ดึงดูดผู้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ย่านเมืองเก่า กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น
BAM ภายใต้การนำของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงคำสวยหรู แต่คือการกล้าเปลี่ยนวิธีคิด จากการขายทรัพย์เพื่อกำไรระยะสั้น สู่การสร้างมรดกทางเศรษฐกิจและศักดิ์ศรีให้ชุมชนอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...