BAM ปรับสมการธุรกิจ พลิกฟื้นทรัพย์รอขายสู่คุณค่าใหม่ที่ยั่งยืน คืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์” ต้นแบบขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
ภาพจำเดิมของธุรกิจบริหารสินทรัพย์มักผูกอยู่กับการประมูลทอดตลาดและการซื้อขายเพื่อทำกำไร แต่วันนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กำลังปรับเข็มทิศองค์กรใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value” พลิกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า เดิมโมเดลธุรกิจของ BAM คือการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและนำออกขายเพื่อสร้างรายได้ แต่ในบริบทปัจจุบัน การขายขาดไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป เนื่องจากผู้ซื้อจำนวนมากเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่ก็มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและความเสี่ยง “คำถามสำคัญคือ หากขายไม่ได้ ทรัพย์เหล่านี้จะสร้างคุณค่าอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือการเปลี่ยนจากการระบายทรัพย์ มาเป็นการพัฒนาทรัพย์ให้มีชีวิต และสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชน”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ CSR in Process ที่ฝังอยู่ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ควบคู่กับกรอบ ESG เพื่อสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ลูกหนี้ สังคม และประเทศ
คืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์” ต้นแบบสร้างมูลค่าใหม่
BAM มองว่าสินทรัพย์บางประเภทไม่สามารถวัดมูลค่าได้ด้วยราคาประเมินเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะบ้านโบราณและอาคารประวัติศาสตร์ในหลายจังหวัด จึงพัฒนาแนวคิด “ทรัพย์แผ่นดิน” เพื่อนำทรัพย์เหล่านี้กลับมาสร้างประโยชน์ใหม่แก่สังคม
โครงการ “บ้านพระพิทักษ์” ย่านตรอกดิน–ตรอกศิลป์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง BAM และสถาบันอาศรมศิลป์ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมโยงมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน “บ้านพระพิทักษ์จะเป็นต้นแบบการพัฒนา NPA รูปแบบใหม่ ที่สามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย”
“สมการรายได้” ที่เติบโตไปพร้อมชุมชน
แทนการขายทรัพย์แบบขาด BAM เลือกใช้รูปแบบการเช่าระยะยาว 30–50 ปี เพื่อรักษาทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับชุมชน พร้อมเปิดกระบวนการมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ก่อนออกแบบโมเดลธุรกิจ
อีกหัวใจสำคัญ คือการนำคนในชุมชนเข้าสู่ “สมการรายได้” อย่างแท้จริง โดยชุมชนกว่า 100 หลังคาเรือน จะมีโอกาสทำงานใกล้บ้าน ทั้งในร้านอาหาร โรงแรม งานดูแลสวน หรือร่วมเป็นหุ้นส่วนผ่านวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับผลตอบแทนเมื่อโครงการมีกำไร
ปั้นย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต
ด้วยทำเลศักยภาพใกล้เสาชิงช้าและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โครงการจะพัฒนาเป็น “ย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต” ผสานแนวคิด Well-being และเสน่ห์เมืองเก่า คาดใช้เวลาดำเนินการ 8 เดือน โดยประกอบด้วย
โรงแรมและที่พัก 10–15 ห้อง
โรงเรียนสอนทำอาหารและคาเฟ่ จากสูตรอาหารชุมชน
สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวเพื่อคนเมือง
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่กว่า 600 คน ดึงดูดผู้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ย่านเมืองเก่า กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น
BAM ภายใต้การนำของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงคำสวยหรู แต่คือการกล้าเปลี่ยนวิธีคิด จากการขายทรัพย์เพื่อกำไรระยะสั้น สู่การสร้างมรดกทางเศรษฐกิจและศักดิ์ศรีให้ชุมชนอย่างแท้จริง