BGRIM เปิดเกมโตยั่งยืน ส่งผ่านต้นทุนก๊าซครบ มิ.ย.
#BGRIM#ทันหุ้น – BGRIM เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจกระจายรายได้ใน-ต่างประเทศ คงเป้ากำลังผลิต 1 หมื่นเมกะวัตต์ ปี 2573 ลุยลงทุนเกาหลีใต้ สหรัฐ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เสริมฐานในไทย รุก Data Center-โครงการรัฐ พร้อมปรับโครงสร้างการเงิน ลด D/E ต่ำกว่า 1.5 เท่า เดินหน้าเจรจาส่งผ่านต้นทุนก๊าซได้ครบมิถุนายนนี้
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือBGRIM ยอมรับว่าผลการดำเนินงานของบริษัทตลอดช่วง2 – 3 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ประกอบกับนโยบายกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ของหน่วยงานกำกับดูแล, การดำเนินนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงเร่งปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาต้นทุนก๊าซธรรมชาติอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งในระดับปฏิบัติการ มีการจัดทำแผนปรับการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต้นทุน
สำหรับการเจรจาปรับเงื่อนไขในสัญญาและโครงสร้างราคาซื้อ-ขายไฟฟ้ากับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) ให้สะท้อนต้นทุนก๊าซที่แท้จริง หรือGas Pass-through กับกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้ใช้สูตรราคาที่ส่งผ่านต้นทุนก๊าซได้ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 7% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด หรือประมาณ 400 เมกะวัตต์ เบื้องต้นจะทยอยรับรู้ค่าจำหน่ายกระแสไฟฟ้าตามสัญญาใหม่ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะครอบคลุมทั้ง 400 เมกะวัตต์ในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
“การรับรู้รายได้ค่าไฟฟ้าประมาณ 93% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด สามารถส่งต่อต้นทุนราคาก๊าซให้กับคู่สัญญาได้อยู่แล้ว มีเพียงราว 7% ที่ทยอยเจรจามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทยอยปรับมารับรู้รายได้ฯ ตามสัญญาใหม่ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 นี้เป็นต้นไป”
@ปรับโครงสร้างสู่การเติบโต
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ระบุ บริษัทได้คำนึงถึงความยั่งยืน ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจกระจายความเสี่ยงการลงทุนทั้งในประเทศ – ต่างประเทศสร้างรายได้ในประเทศ 60% ของรายได้รวม รายได้ต่างประเทศ 40% ของรายได้รวม บริษัทมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตที่ 1 หมื่นเมกะวัตต์ ในปี 2573 จากปัจจุบันมีอยู่กว่า 4 พันเมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนารวมกว่า 2 พันเมกะวัตต์ อาทิ โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในเกาหลีใต้ Nakwol 1 กำลังการผลิตติดตั้ง 340 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมลงทุนในโครงการ Nakwol 2 ภายในปี 2569 นี้ โครงการในสหรัฐอเมริกา มีแผนขยายการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro) เพิ่มเติม หลังจากเริ่มทำไปแล้วกว่า 400 เมกะวัตต์ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีไม่มีสิ้นสุดอายุสัมปทาน จึงให้ผลตอบแทนระยะยาวอย่างมั่นคง
การขยายโครงการโซลาร์ฟาร์มในมาเลเซียจากปัจจุบัน 200-250 เมกะวัตต์ เป็น600-800 เมกะวัตต์ ทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นพัฒนาโครงการ โรงไฟฟ้า IPP ขนาดใหญ่(Gas-fired) เฟส1 ราว 700 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายรวมราว 1,500 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center โดยได้จัดตั้งบริษัท B.Grimm LNG ในมาเลเซีย เพื่อทำธุรกิจ Trading และนำเข้า LNG สำหรับโรงไฟฟ้าและขายในประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนโครงการพลังงานทางเลือกในประเทศออสเตรเลีย มุ่งเน้นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงาน(BESS) โดยพิจารณาทั้งการลงทุนในโครงการใหม่ (Backlog) และการเข้าซื้อโครงการที่ดำเนินการแล้ว(M&A) เพื่อรับรู้รายได้ทันที
ด้านโครงการData Center ยังคงดำเนินงานตามแผน คาดว่าเฟส 1 จะเริ่มดำเนินงานได้ปลายปี 2569 นี้ และมีแผนที่จะเดินหน้าลงทุนเฟส 2 ต่อเนื่องทันทีโดยมีเป้าหมายจะขยายเพิ่มเป็น 300 เมกะวัตต์ ภายใน 3 ปีข้างหน้าพร้อมกันนี้ บริษัทมีความพร้อมสำหรับการประมูลโครงการภาครัฐ ทั้ง Direct PPA ประมาณ 3,150 เมกะวัตต์ และโซลาร์ชุมชน (ประมาณ 200-300 เมกะวัตต์)
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี ระบุ บริษัทมีปรับปรุงโครงสร้างทางการเงิน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะ ลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E Ratio) จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ1.9 เท่าให้ลงมา ต่ำกว่า 1.5 เท่า เบื้องต้นมีแผนการออกหุ้นกู้เพื่อการรีไฟแนนซ์ (Refinance) หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2569 ราว4.5 พันล้านบาท รวมถึงพิจารณาบริหารการเงินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่บริษัทมีแผนจะขยายในอนาคตทั้งกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ (Asset Monetization) รวมถึงการตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน