โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤต ทุเรียนนนท์ ชาวสวนโอด ผลผลิตลด ต้นทุนพุ่งสูง น้ำกร่อยรุกหนัก ทำไปขาดทุน

Khaosod

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 22.13 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 22.13 น.
วิกฤต ทุเรียนนนท์ ชาวสวนโอด ผลผลิตลด ต้นทุนพุ่งสูง น้ำกร่อยรุกหนัก ทำไปขาดทุน

วิกฤต ทุเรียนนนท์ ชาวสวนโอด ผลผลิตลด ต้นทุนพุ่งสูง น้ำกร่อยรุกหนัก หวั่นแบกไม่ไหวต้องขายสวนทิ้ง ทำไปไม่คุ้มการลงทุน มังคุด ก็กระทบหนัก

นนทบุรี : วันที่ 22 เม.ย.2569 สถานการณ์ผลผลิต ทุเรียนนนท์ ราชาแห่งผลไม้ของประเทศ เจอวิกฤตหลังสภาพอาการแปรปรวนร้อนจัดปรกชะกอบกับน้ำกร่อยรุกพื้นที่สวน ทำผลผลิตลดฮวบแทบถอดใจขายสวนทิ้ง เชื่อแม้ผลผลิตออกน้อยแต่ราคาเรียนนนท์จะไม่พุ่งเพราะสภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ยังสวนทุเรียนคุณนต เกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์รายย่อย หมู่ 3 ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับผลผลิตทุเรียนนนท์ที่ในปีนี้พบว่าลูกทุเรียนร่วงหล่นจากต้นเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทุเรียนนนท์ ทำไปขาดทุน อาจถอดใจขายสวนทิ้ง

นางณฤดี เจริญชัยปิยะกุล 60 ปี เกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์รายย่อย เปิดเผยว่า ปัญหาที่ชาวสวนทุเรียนนนท์กำลังเผชิญอยู่คือปัญหาเรื่องอุณหภูมิอากาศที่ร้อนอบอาวและแล้งมากกว่าทุกปี จนทำให้ต้นทุเรียนเกิดการผสมได้ไม่เต็มที่ ทำให้การติดลูกของต้นทุเรียนลดน้อยลง

ชาวสวนต้องหาทางแก้ปัญหาด้วยการใช้น้ำประปามารดสวนแทน เพราะสภาพน้ำตามลำคลองต่างๆเจอสภาวะน้ำกร่อยรุกเข้าที่พื้นซ้ำเติมอีก จนส่งผลกระทบถึงต้นทุเรียนที่สลัดลูกออก ลูกทุเรียนร่วงจากต้นเป็นจำนวนมาก จนไม่คุ้มกับค่าลงทุนดูแลบำรุงรักษา จากที่เคยผลิตได้ต่อปี 400-500 ลูก แต่ในปีนี้กลับเหลือผลผลิตเพียง 80-90 ลูกเพียงเท่านั้น

ซึ่งปัจจัยอุณหภูมิของอากาศที่แปรแรวนร้อนอบอ้าวและน้ำกร่อยรุกเข้าพื้นที่ของชาวสวน อย่างน้ำกร่อยที่เคยมีถึงเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่สถานการณ์ตอนนี้มาถึงมี.ค.-เม.ย. ทำให้ผลผลิตทุเรียนนนท์ในปีนี้ออกน้อยจนเกษตรกรชาวสวนรายได้ขาดหายไปเยอะ ซึ่งชาวสวนทุเรียนนนท์ยังคงต้องลุ้นต่อไปว่า ผลผลิตทึ่มีอยู่ในตอนนี้จะลดน้อยลงไปอีกหรือไม่

ส่วนตัวเชื่อว่าทุเรียนนนท์ปีนี้วิกฤตสูงมาก เพราะผลผลิตที่ลดน้อยลงจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนหลายราย ประสบปัญหารายได้ที่ขาดหายไปจากผลผลิตที่น้อยลง ไม่คุ้มค่ากับการบำรุงรักษา เกษตรกรชาวสวนหลายรายถึงขั้นกับถอดใจอยากขายสวนทิ้งเพื่อเก็บเงินก้อนไว้ใช้จ่ายยามแก่เฒ่า ดีกว่ามาลงทุนกับสวนทุเรียนที่มีค่าใช้จ่ายสูงแล้วไม่สามารถคาดเดาผลผลิตที่จะออกมาในแต่ละปีได้เลย

อย่างปัญหาน้ำกร่อยที่ไม่สามารถนำมาใช้รดต้นทุเรียนได้ ทำให้ชาวสวนต้องหันไปลงทุนนำน้ำประปามารดแทน ทำให้ต้นทุนก็สูงขึ้น ผลผลิตที่เคยคุ้มค่า 400 - 500 ลูกต่อปี มาปีนี้เหลือเพียง 80 -90 ลูก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวสวนทุเรียนนนท์ในยุคนี้แทบถอดใจ และชาวสวนเองก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งพาใคร ลงไปทุนไปแต่ได้ผลผลิตกลับมาไม่คุ้มค่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากในปีนี้ผลผลิตทุเรียนนนท์แต่ละสวนออกมาน้อย จะทำให้ราคาทุเรียนนนท์มีราคาแพงกว่าปีที่ผ่านๆมาหรือไม่ นางณฤดี เจ้าของสวนกล่าวว่า ราคาทุเรียนนนท์จะไม่พุ่งไปถึงกับราคากิโลกรัม 3,000 บาทอย่างที่เคยเป็นมา แม้จะได้ผลผลิตออกมาน้อยก็ตาม เพราะสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อถดถอย และทางสำนักงานเกษตรควบคุมราคาซื้อขายทุเรียนนนท์ไว้ที่กิโลกรัม 1,300 บาท ยังไม่นับรวมการขายตัดราคากันเองของชาวสวนทุเรียนอีก บวกกับต้นทุนที่ลงไป

ตนเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ชาวสวนทุเรียนนนท์หลายราย อาจจะถอดใจและไม่ไปต่อกับอาชีพชาวสวนทุเรียนนนท์ เพราะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน หลายรายอาจจะขายสวนทิ้งเพื่อเก็บเงินก้อนไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ดีกว่าทำอยู่แล้วไปต่อไม่ได้ ไม่คุ้มกับที่ลงทุน

สะท้อนปัญหาใหญ่สภาพอากาศ

ด้าน นายสมาน วันคลองโชค อายุ 65 ปี คนดูสวนทุเรียนนนท์ เปิดเผยว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ชาวสวนทุเรียนนนท์ประสบปัญหามากที่สุด จากปัญหาอุณหภูมิสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละวัน อย่างต้นทุเรียนนนท์ชอบความชื้นแต่ไม่ชอบน้ำแฉะและน้ำกร่อย พอปีนี้อากาศร้อนจัด นำน้ำมารดเยอะๆ ต้นก็แตกใบอ่อนและสบัดลูกทิ้งจากต้นจนผลผลิตลดลงเป็นอย่างมาก

ถือเป็นวิกฤตของทุเรียนนนท์ในปีนี้ และชาวสวนทุเรียนนนท์ยังประสบปัญหากับศัตรูต้นทุเรียนอีก คือกระรอกที่จะมากัดแกะลูกทุเรียน แต่ชาวสวนไม่สามารถกำจัดกระรอกได้ เพราะเป็นสัตว์คุ้มครอง ทำให้ชาวสวนทุเรียนจะต้องจ้างคนมาทำตาข่ายเหล็กเพื่อห่อหุ้มลูกทุเรียนไม่ให้ถูกกระรอกทำลาย ก็กลายเป็นต้นทุนเพิ่มขึ้นมาอีกของชาวสวน

มังคุดนนท์ ก็กระทบหนัก

ด้านนายสุนันทิศ แผ้วสกุล อดีตรองนายก อบต.บางขนุน กล่าวว่า ตนในฐานะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์ เจน 3 ที่โตมากับต้นทุเรียนนนท์ ยอมรับว่าสถานการณ์สภาพอากาศที่แตกต่างกว่าทุกๆปี ทำให้ปีนี้ ชาวสวนทุเรียนนนท์ประสบปัญหาผลผลิตลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งสาเหตุมาจากปัจจัยสภาพอากาศที่แปรปรวนร้อนขึ้น

ปัจจัยน้ำกร่อยที่รุกเข้าพื้นที่ตามลำคลองจนเกษตรกรชาวสวนไม่สามารถนำมาใช้รดต้นทุเรียนได้จนต้องใช้น้ำประปามารดแทน ส่งผลกระทบโดยตรงกับทุเรียนนนท์ ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาผลไม้ รวมทั้งมังคุดนนท์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีของผลไม้ไทยเช่นกัน อย่างสวนของตนต้นมังคุดที่ปีที่แล้วเคยได้ผลผลิตมาประมาณ 100 โล แต่มาในปีนี้เหลือเพียงไม่ถึง 10 โล ในปีนี้ตนถือว่าเป็นภาวะวิกฤตของทุเรียนนนท์อย่างแท้จริง

แต่อย่างไรก็ตามตนในฐานะคนเจน 3 ของสวนทุเรียนนนท์ ยังคงพยายามที่จะปลูกและอนุรักษ์สวนทุเรียนนนท์ต่อไป แม้ว่าในปีหน้าและปีต่อๆไป จะไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าผลผลิตจากสวนทุเรียนนนท์จะออกมาคุ้มค่ากับการดูแลบำรุงเพาะปลูกต่อไปหรือไม่

แต่ในฐานะคนเจน 3 ของคนทำสวนทุเรียนนนท์รายย่อยอย่างแท้จริง จะพยายามยืนยันรักษาสวนทุเรียนของนนท์ต่อไป ส่วนในอนาคตคนรุ่น 4 จะรับช่วงต่อไปหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคตที่คนเจน 4 อาจจะมองว่าอาชีพชาวสวนทุเรียนนนท์จะไม่คุ้มค่ากับการลงทุนอีกแล้ว สู้ขายสวนหอบเงินก้อนไว้แล้วไปทำงานประจำจะมีรายได้ที่มั่งคงกว่าก็ตาม

ทุเรียนนนท์

วิกฤต ทุเรียนนนท์ ชาวสวนโอด ผลผลิตลด ต้นทุนพุ่งสูง น้ำกร่อยรุกหนัก ทำไปขาดทุน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤต ทุเรียนนนท์ ชาวสวนโอด ผลผลิตลด ต้นทุนพุ่งสูง น้ำกร่อยรุกหนัก ทำไปขาดทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...