"เทพไท" สวน “เอกนิติ” น้ำมันแพง 2 ปี ชี้วิกฤตไม่รุนแรง-จี้รัฐปฏิรูปพลังงาน
">
เมื่อวันที่ 11 เม.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง เรื่อง ไม่เห็นด้วยกับ “เอกนิติ” พร้อมระบุว่า ผมได้รับฟังคำชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบาย ซึ่งตอนหนึ่งนายเอกนิติได้พูดถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานน้ำมัน โดยกล่าวว่า คนไทยต้องทำใจและเตรียมรับสภาพน้ำมันแพง เป็นระยะเวลาอย่างน้อย2ปี เนื่องจากสถานการณ์สู้รบระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา อาจจะยืดเยื้อยาวนาน และไม่สามารถกำหนดว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ รวมไปถึงโครงสร้างด้านพลังงานบ่อน้ำมันหรือแหล่งน้ำมันดิบเสียหายมาก จึงทำให้ใช้เวลาไม่น้อยกว่า2ปี กว่าจะฟื้นตัว และคนไทยต้องเตรียมรับสภาพ แต่ความเห็นของนายเอกนิติ กลับตรงกันข้ามกับความเห็นของผม ซึ่งคิดว่านายเอกนิติ อาจจะพูดเพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อต้องการให้ประชาชนทำใจว่า ต้องเจอสภาพปัญหาน้ำมันแพงอีก2ปี อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหา หรือบริหารราคาน้ำมันให้ถูกลงได้ จึงพูดในลักษณะปลอบใจประชาชน และให้ประชาชนทำใจไว้
ในความเห็นของผมคิดว่า น่าจะมี3ประเด็น ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของนายเอกนิติ และคิดว่าถ้ารัฐบาลบริหารจัดการน้ำมันดีๆ อาจใช้เวลาไม่ถึง2ปีก็เป็นไปได้ จึงอยากวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตน้ำมันใน3เรื่อง เพื่ออธิบายความเห็นต่างกับนายเอกนิติ ดังนี้
1.สถานการณ์การสู้รบ ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ประกาศหยุดยิงหรือพักรบเป็นระยะเวลา2สัปดาห์ และประเทศปากีสถานกำลังเป็นคนกลางเข้าไกล่เกลี่ย ซึ่งมีแนวโน้มว่า ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ กำลังเพลี่ยงพล้ำและกำลังหาทางลง การสู้รบการสงครามอาจจะไม่ยืดเยื้อ เพราะโดนัล ทรัมป์ กำลังถูกต่อต้านจากประชาคมโลก จากยูเอ็น จากนาโต้ และผู้นำในประเทศอียู รวมไปถึงประชาชนคนอเมริกาออกมาชุมนุมต่อต้านไม่เห็นด้วยกับสงคราม ในที่สุดสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา ก็จะไม่ยืดเยื้อและจะจบลงได้
2.เรื่องโครงสร้างน้ำมัน หรือบ่อน้ำมัน แหล่งวัตถุดิบเกี่ยวกับน้ำมันดิบ ที่ถูกสหรัฐอเมริกาถล่มทำลายเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นบ่อน้ำมันในอิหร่าน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ ซึ่งประเทศไทยสามารถจัดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศอื่นๆในตะวันออกกลาง ที่มีน้ำมัน ขายให้กับประเทศไทยอีกหลายประเทศ ทั้งบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต ซึ่งมีอีกหลายประเทศ รวมไปถึงประเทศรัสเซีย แอฟริกาหรือประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสงคราม ซึ่งประเทศไทยสามารถจัดซื้อน้ำมันดิบได้ จะทำให้น้ำมันดิบไม่ขาดแคลน
3.สถานการณ์เช่นนี้ เป็นโอกาสของรัฐบาลไทย ต้องปฏิรูปหรือยกเครื่อง หรือปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ เนื่องจากปัญหาโรงกลั่นที่ได้ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลานานร่วม 30 ปี เงื่อนไขหลายอย่างล้าสมัย และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลไทยควรใช้โอกาสช่วงเกิดวิกฤติน้ำมันครั้งนี้ ปรับปรุงโครงสร้างพลังงานน้ำมัน และพลังงานไฟฟ้าครั้งใหญ่ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยไม่ต้องเกรงใจกลุ่มทุนพลังงาน ที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ
ผมเห็นว่าสถานการณ์วิกฤตน้ำมัน อาจจะไม่ได้เลวร้ายเหมือนตามที่รัฐบาลชุดนี้คาดคิด โดยเฉพาะท่าทีของนายเอกนิติ ที่ออกมาส่งสัญญาณให้ประชาชนตื่นตระหนก แม้ว่าจะเป็นความปรารถนาดี หรือหวังดีให้ประชาชนเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ แต่การพูดเช่นนั้น เป็นการพูดหวังผลทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชน ทางที่ดีที่สุดรัฐบาลต้องมุ่งมั่นแก้ปัญหา ให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันราคาถูก ไม่ใช่พูดให้ประชาชนทำใจ ยอมรับสภาพน้ำมันแพง