ไทม์ไลน์ 47 ปี ความบาดหมาง “สหรัฐ-อิหร่าน” จากศัตรูคู่อาฆาต สู่วันเจรจาที่ปากีสถาน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ว่า สหรัฐและอิหร่านเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมายาวนาน นับตั้งแต่เหตุการณ์ปฏิวัติอิสลาม เมื่อปี 2522 และวิกฤติการณ์จับตัวประกันในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ณ กรุงเตหะราน
คู่ปรับตลอดกาลทั้งสองฝ่าย มีกำหนดเปิดฉากการเจรจาครั้งสำคัญ ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เพื่อหาทางยุติสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งเดือน ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงอันเปราะบางและความไม่ไว้วางใจที่ฝังรากลึกระหว่างกัน
ปี 2522 : วิกฤติการณ์จับตัวประกัน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2522 กลุ่มนักศึกษาผู้สนับสนุนการปฏิวัติ เรียกร้องให้มีการส่งตัวพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งขณะนั้นทรงกำลังเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรอยู่ที่สหรัฐ กลับมาดำเนินคดีที่อิหร่าน โดยมีการบุกรุกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงเตหะราน และจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 7 เดือน หลังการสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ขณะที่ตัวประกัน 52 คน ถูกกักขังนานถึง 444 วัน
เม.ย. 2523 : สหรัฐตัดความสัมพันธ์ทางการทูต และเริ่มมาตรการคว่ำบาตร ก่อนที่ตัวประกันชุดสุดท้ายจะได้รับการปล่อยตัวในอีก 9 เดือนต่อมา
30 เม.ย. 2538 : ประธานาธิบดีบิล คลินตัน ผู้นำสหรัฐ ประกาศแบนการค้าและการลงทุนกับอิหร่านทั้งหมด โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลเตหะรานสนับสนุนการก่อการร้าย ได้แก่ กลุ่มฮามาส กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มนักรบอิสลามิกจีฮัดอีกหลายกลุ่ม
29 ม.ค. 2545 : ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่า อิหร่าน อิรัก และเกาหลีเหนือ คือส่วนหนึ่งของ "อักษะแห่งความชั่วร้าย"
ช่วงต้นทศวรรษ 2000 : มีการเปิดโปงสถานที่ลับทางนิวเคลียร์ในอิหร่าน สร้างความกังวลและความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย ว่ารัฐบาลเตหะรานกำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอด
ปี 2558 : อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ (เจซีพีโอเอ) กับ 6 มหาอำนาจโลก คือ สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
ปี 2561 : สหรัฐถอนตัวออกจากการเป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักต่อรัฐบาลเตหะราน
เม.ย. 2562 : สหรัฐขึ้นบัญชีให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) มีสถานะเป็น "องค์กรก่อการร้าย"
3 ม.ค. 2563 : สหรัฐลอบสังหาร พล.ท.กัสเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังนักรบคุดส์ ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษในต่างประเทศของไออาร์จีซี ที่กรุงแบกแดดของอิรัก โดยอ้างว่า พล.ท.สุไลมานี มีแผนโจมตีสหรัฐ รัฐบาลวอชิงตันจึงต้องชิงลงมือก่อน
21 มิ.ย. 2568 : ระหว่างสงคราม 12 วัน ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน สหรัฐโจมตีแหล่งนิวเคลียร์หลักของอิหร่าน 3 แห่ง
ก.ย. 2568 : มีการรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เคยถูกระงับไป ให้กลับมามีผลอีกครั้ง หลังความพยายามทางการทูตล้มเหลว ตามด้วยการสิ้นสุดของข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน เมื่อเดือน ต.ค. 2568
28 ก.พ. 2569 : สหรัฐและอิสราเอล ประสานการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ซึ่งสถานการณ์ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นสงครามในตะวันออกกลาง เพราะอิหร่านโจมตีล้างแค้นอย่างหนัก ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในกลุ่มประเทศอ่าว และโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายแห่ง อีกทั้งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
8 เม.ย. 2569 : สหรัฐและอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ โดยจะใช้เวลาในระหว่างนี้จัดการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน อนึ่ง ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดในวันที่ 22 เม.ย. นี้.
เครดิตภาพ : AFP