โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กู้ซื้อบ้านหลายหลัง หลายธนาคารพร้อมกันผิดกฎหมายไหม?

INN News

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 09.30 น. • INN News

เป้าหมายในการสร้างความมั่งคั่งผ่านอสังหาริมทรัพย์ดึงดูดให้หลายคนมองหาเทคนิคและทางลัดทางการเงิน เพื่อขยายพอร์ตการลงทุนของตนเองให้เติบโตอย่างรวดเร็ว หนึ่งในประเด็นที่มักเป็นที่ถกเถียงและถูกตั้งคำถามอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ หรือผู้ที่กำลังถูกดึงดูดด้วยโฆษณาชวนเชื่อประเภท "บ้านเงินเหลือ" และ "คอนโดเงินทอน" คือข้อสงสัยที่ว่า "การยื่นเอกสารกู้ซื้อบ้านพร้อมกันหลายหลัง กับหลายๆ ธนาคารในเวลาเดียวกัน ผิดกฎหมายหรือไม่?"

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงข้อเท็จจริง ข้อควรระวัง และกลไกการประเมินสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ที่กำลังวางแผนกู้ซื้อบ้านได้เข้าใจถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจตามมาอย่างรอบด้าน

ไม่ผิดกฎหมายอาญา แต่ "ผิดเงื่อนไข" อย่างร้ายแรง

หากตอบในมุมมองของกฎหมายอาญา การยื่นเอกสารกู้ซื้อบ้านพร้อมกันหลายธนาคาร "ไม่ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย" ไม่มีโทษจำคุก หรือการปรับทางอาญาแต่อย่างใด ตราบใดที่เอกสารที่นำมายื่น เช่น สลิปเงินเดือน, รายการเดินบัญชี เป็นเอกสารจริงทั้งหมด ไม่ได้มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อหลอกลวงสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ติดคุก แต่พฤติกรรมนี้ถือเป็นการ "ผิดเงื่อนไขและเจตนาในการขอสินเชื่อ" อย่างร้ายแรง สถาบันการเงินทุกแห่งมีนโยบายป้องกันความเสี่ยง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด การจงใจยื่นกู้ซื้อบ้านพร้อมกันเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบภาระหนี้ ถือเป็นการสร้างความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจส่วนบุคคลและระบบสถาบันการเงิน

กลไกที่ทำให้การ "กู้ซ้อน" เป็นไปได้ยาก

หลายคนเชื่อว่า หากยื่นเอกสารขอสินเชื่อในวันและเวลาเดียวกัน ธนาคารแต่ละแห่งจะไม่ทราบว่าผู้กู้กำลังไปขอกู้ซื้อบ้านที่อื่น เนื่องจากข้อมูลหนี้ก้อนใหม่ยังไม่ถูกส่งเข้าระบบเครดิตบูโร (National Credit Bureau - NCB) แต่ในความเป็นจริง ธนาคารมีกลไกป้องกันที่รัดกุมกว่านั้น

  • รอยเท้าในระบบ : แม้หนี้จะยังไม่เกิด แต่ทุกครั้งที่มีการยื่นขอสินเชื่อ ธนาคารจะทำการดึงข้อมูลเครดิตบูโรมาตรวจสอบ ซึ่งการกระทำนี้จะทิ้งร่องรอยที่เรียกว่า "ประวัติการสืบค้นข้อมูล" ไว้ในระบบ หากธนาคาร C ดึงข้อมูลมาแล้วพบว่าเมื่อ 1-2 วันก่อน มีธนาคาร A และ B เพิ่งดึงข้อมูลไปเช่นกัน ระบบประเมินความเสี่ยงจะตั้งข้อสงสัยทันทีว่าผู้กู้กำลังตระเวนขอสินเชื่อซึ่งมักนำไปสู่การ "ปฏิเสธสินเชื่อ" ในที่สุด

  • มาตรการ LTV : ธปท. กำหนดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันการเก็งกำไร หากเป็นบ้านหลังที่ 2 หรือ 3 ผู้กู้จะต้องวางเงินดาวน์ 10-30% ไม่สามารถกู้ได้เต็ม 100% การจงใจกู้พร้อมกันเพื่อหวังจะได้วงเงิน 100% ทุกหลัง เป็นการหลบเลี่ยงเกณฑ์ LTV ซึ่งหากธนาคารตรวจพบในภายหลัง สามารถยกเลิกวงเงิน หรือเรียกให้ชำระหนี้คืนทั้งหมดได้ทันที

ความเสี่ยงและหายนะทางการเงินที่ซ่อนอยู่

หากผู้กู้สามารถเจาะช่องโหว่และได้รับการอนุมัติสินเชื่อหลายหลังพร้อมกันได้จริง สิ่งที่รออยู่ไม่ใช่ความสำเร็จ แต่คือความเสี่ยงระดับวิกฤต

1.ภาระหนี้เกินตัว : ตามหลักการเงินที่ดี ภาระหนี้ต่อเดือน (Debt Service Ratio - DSR) ไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้ การกู้ซื้อบ้านหลายหลังพร้อมกันจะทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนพุ่งสูงจนขาดสภาพคล่อง หากหาผู้เช่าไม่ได้ตามที่คาดหวัง หรือบ้านขายไม่ออก จะเกิดปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังทันที

2.โดนฟ้องร้องและยึดทรัพย์ : เมื่อขาดผ่อนชำระ ธนาคารจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาด หากราคาขายทอดตลาดไม่ครอบคลุมยอดหนี้คงเหลือบวกดอกเบี้ยปรับ ผู้กู้ยังคงต้องรับผิดชอบส่วนต่างที่เหลือ ซึ่งอาจลุกลามไปถึงการถูกยึดทรัพย์สินอื่น ๆ หรือถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลาย

3.ติดแบล็กลิสต์ระยะยาว : ประวัติการค้างชำระจะถูกบันทึกในเครดิตบูโร ทำให้หมดโอกาสในการทำธุรกรรมทางการเงินอื่น ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการกู้ซื้อรถ การทำบัตรเครดิต หรือการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

การกู้ซื้อบ้านหลายหลังหลายธนาคารพร้อมกัน แม้จะไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายที่ต้องโทษจำคุก แต่เป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูงมากและไม่คุ้มค่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืนควรเริ่มต้นจากการประเมินศักยภาพทางการเงินของตนเองตามความเป็นจริง วางแผนภาระหนี้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่รับไหว และปฏิบัติตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การกู้ซื้อบ้านบ้านเป็นรากฐานของความมั่นคง ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของหายนะทางการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...