TrustDecision ดันกลยุทธ์ “Agentic AI” คุมธรรมาภิบาลข้อมูลรับ Virtual Bank ปี 2026
สถาบันการเงินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปลี่ยนผ่านสู่ระบบ AI-native เน้นการตัดสินใจอัตโนมัติควบคู่การกำกับดูแล TrustDecision เปิดตัว AI Agents ยกระดับงานสืบสวนการทุจริตและฟอกเงิน รองรับมาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มงวด ชี้เทรนด์อุตสาหกรรมเปลี่ยนจุดโฟกัสจากประสิทธิภาพเทคโนโลยีสู่ความโปร่งใสและการควบคุมได้ในโลกการเงินดิจิทัล
24 เมษายน 2569 –TrustDecision ผู้นำด้านระบบตัดสินใจความเสี่ยงอัจฉริยะ (Risk Intelligence) ประกาศปรับทิศทางกลยุทธ์มุ่งเน้นการพัฒนา “Agentic AI” เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับภาคธนาคารและฟินเทคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีกำหนดเปิดให้บริการธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ภายในช่วงกลางปี 2026 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบการตัดสินใจอิงกฎเกณฑ์เดิม (Rule-based) ไปสู่แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เป็นแกนหลัก
ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเงินเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยี AI พัฒนาไปไกลกว่าประเด็นด้านประสิทธิภาพ แต่กลับสร้างความท้าทายใหม่ในด้าน “การกำกับดูแล” (Governance) TrustDecision จึงมุ่งเน้นการสร้างระบบที่มีความโปร่งใส อธิบายผลลัพธ์ได้ (Explainability) และสอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัลที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น
ความสามารถของ Agentic AI ที่เปิดตัวล่าสุด ประกอบด้วยโครงสร้างแบบ Closed-loop ผ่าน AI Agents เฉพาะทาง ดังนี้:
- Investigation AI agent: วิเคราะห์เคสฉ้อโกงและการฟอกเงินแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการติดตามเส้นทางการเงินและวิเคราะห์พฤติกรรม พร้อมสร้างรายงานอัตโนมัติภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์
- Rule mining AI agent: แปลงสัญญาณความเสี่ยงและผลลัพธ์จากการสืบสวนให้กลายเป็นกฎเกณฑ์และโมเดลที่นำไปใช้งานซ้ำได้ ช่วยให้การบริหารความเสี่ยงมีระเบียบแบบแผนและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง
เฮนรี่ ลี กรรมการผู้จัดการประจำสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ของ TrustDecision ให้ความเห็นถึงทิศทางการใช้งาน AI ในสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลว่า “ในสภาพแวดล้อมทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่อง ‘ความอัตโนมัติ’ แต่คือ ‘การควบคุม’ แม้ AI agents จะสามารถเข้ามาแทนที่งานด้านปฏิบัติการได้มากขึ้น แต่สถาบันการเงินยังคงใช้แนวทางอย่างระมัดระวัง โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เป็นหัวใจสำคัญ”
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่กำลังเร่งพัฒนาระบบปฏิบัติการแบบ Digital-first เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ Virtual Bank ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานแบบ AI-native ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
ดร. ไซมอน หลิว หัวหน้าฝ่ายด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ของ TrustDecision ระบุถึงความท้าทายในการนำ AI ไปใช้งานจริงใน Workflow ทางการเงินว่า
“คำถามเรื่องความสามารถของ AI ส่วนใหญ่ได้รับคำตอบแล้ว… แต่ในภาคการเงินที่มีการกำกับดูแล คำถามที่สำคัญกว่าคือระบบจะทำงานอย่างไรเมื่อถูกนำไปใช้งานจริง นั่นหมายถึงการทำความเข้าใจว่าเมื่อใดควรให้ AI ตัดสินใจได้เอง เมื่อใดต้องมีการควบคุม และองค์กรจะตรวจจับได้อย่างไรหากระบบทำงานนอกขอบเขตที่กำหนดไว้”
จากการหารือในเวทีระดับภูมิภาคอย่าง Money20/20 Asia และ Policy20 Roundtable พบว่าจุดร่วมสำคัญของสถาบันการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือการเปลี่ยนโจทย์จากการตั้งคำถามว่า “ควรใช้ AI หรือไม่” ไปสู่การหาแนวทางว่าจะ“ควบคุม AI อย่างไรเมื่อใช้งานจริง”
ความสำเร็จในการให้บริการแก่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อชั้นนำ อาทิ Hong Leong Bank, Mandiri, Bank Jago, และ Toyota Auto Finance (TAF) สะท้อนให้เห็นว่าในระยะถัดไปของการแข่งขันในธุรกิจการเงินดิจิทัล ผู้ชนะจะไม่ใช่เพียงผู้ที่มีโมเดล AI ที่เก่งที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถสร้างโครงสร้างการกำกับดูแลที่ปลอดภัยและโปร่งใสที่สุดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงทางธุรกิจและกฎระเบียบที่เข้มงวดในอนาคต